ใกล้ความจริงเข้าไปอีกหนึ่งสเต็ป สำหรับคู่รักสุดหวานแห่งปีอีกหนึ่งคู่ “ใหม่ ดาวิกา” และ “เต๋อ ฉันทวิชช์” ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเต๋อได้สวมแหวนเพชร 15 กะรัตขอสาวใหม่ ดาวิกาแต่งงานพร้อมเข้าพิธีหมั้นแบบเรียบง่ายไป ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่าอยากแต่งงานกันภายในปีนี้แต่หาฤกษ์ดียากเหลือเกิน

ล่าสุดใหม่ ดาวิกา และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ควงกันมาร่วมงาน Thailand Gala Premiere ภาพยนตร์เรื่อง “Marvel Studios’ The Fantastic Four: First Steps เดอะ แฟนแทสติก 4″ ทั้งคู่ได้ประกาศข่าวดีถึงแพลนและฤกษ์งานแต่งที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ โดยใหม่ เผยว่า “ได้ฤกษ์วันแล้ว ปีนี้ค่ะ พอได้ฤกษ์มาแล้วความรู้สึกฟีลแบบสิ่งที่ฝันเอาไว้มันจะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว หมายถึงว่าเราเห็นในสิ่งที่เราอยากได้ แล้วมันก็บียอนด์ในสิ่งที่เราอยากได้ไปอีก มันคือความฝันที่เกินจากที่เราเคยฝัน จนรู้สึกว่าเป็นโชคดีของเราจังเลย แล้วสิทธิในการตัดสินใจทุกอย่างพี่เต๋อยกให้เราเลย”

เต๋อ เผยว่า “แต่ยังไม่บอกวันแต่ง เก็บไว้เซอร์ไพร้ส์ ยังไงก็ต้องเป็นช่วงปลายปีแหละ อุบไว้หน่อย ถามว่าถือเคล็ดหรือเปล่าถึงยังบอกไม่ได้ ความจริงก็คืออยากแกล้งนั่นแหละ อยากเซอร์ไพร้ส์ เอาเป็นว่ามันไม่ใช่เดือนนี้กับเดือนหน้าแน่ๆ สถานที่ก็ได้เรียบร้อยแล้ว แต่อยากอุบไว้อีกเหมือนกัน ตอนนี้ก็เคลียร์คิวงานเรียบร้อย พอได้ฤกษ์มาแล้วผมมองว่าแต่งงานเป็นวันสำคัญมากๆ ของเจ้าสาว เขาจะมีความต้องการของเขา 100%”

เต๋อ เผยแพลนมีลูกว่า “เรื่องแพลนมีลูกนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เดี๋ยวเราค่อยตัดสินใจกันอีกที จริงๆ มันเปลี่ยนไปเรื่อยตามช่วงเวลา บางช่วงเราก็อยากมีลูก บางช่วงก็รู้สึกว่าจะเหนื่อยหรือเปล่า เราอยากทำงานอยากไปเที่ยวกันหรือเปล่า แต่ ณ ช่วงนี้เราเอาเรื่องแต่งงานให้ผ่านพ้นไปก่อน ใจผมก่อนหน้านี้คืออยากมีลูก แต่ก็จะมีบางช่วงที่แบบไม่มีก็ได้ ณ ตอนนี้ก็คือยังไงก็ได้ แต่อย่างที่บอกแหละว่าต้องดูเรื่องของงานด้วย”

ใหม่ พูดต่อว่า “ที่คุยล่าสุดคือเดี๋ยวรอให้ซีรีส์ ClaireBell ออนแอร์ช่วงเดือนพฤศจิกายนก่อน หลังจากนั้นก็มาดูกันอีกทีว่าเราต้องทำงานเยอะขนาดไหน ถ้ามันไม่เยอะจนเกินไป ยังพอมีเวลาก็ค่อยมาว่ากันในเรื่องชีวิตส่วนตัว แต่ถ้าถึงตอนนั้นซีรีส์บูม หรือประสบความสำเร็จมากๆ ก็ไม่อยากหยุดเรื่องงานเลย อยากทำต่อเรื่อง 2 เรื่อง 3 ไปเลย ถามว่าอยากมีลูกไหม สำหรับใหม่ยังไงก็ได้เลย แต่ขอให้เรารวยกันก่อน แต่คำถามนี้ก็ทำให้ฉุกคิดเหมือนกันเนอะเพราะไม่เคยคุยกันจริงจังว่าจะยังไงดี”

สำหรับประเด็นที่มีเด็กออกจากสังกัด ใหม่ เผยว่า “ต้องบอกว่าตั้งแต่เปิดค่ายมาก็มีเด็กที่มาพูดคุยและออกจากค่ายหลายคนแล้วด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่น้องคิส (ศจีรัศมิก์) คนเดียว ส่วนใหญ่แล้วการเซ็นเด็กเข้าค่ายของเรา อย่างแรกเลยคือเราไม่อยากดองเด็ก อยากให้เขาเข้ามาอยู่ในค่ายและเราแพลนให้เขาว่าเขาจะได้ทำโปรเจกต์นี้โปรเจกต์นั้นนะ แต่ถ้าเด็กอยู่แล้ว แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถทำให้เขาร่ำรวยขึ้น หรือพัฒนาศักยภาพได้เต็มร้อย หรือทิศทางของเขากับเราไม่ตรงกัน ดังนั้นเราจากกันแบบดีๆ ดีกว่า เพราะว่าตอนนี้เด็กที่เหลืออยู่ในค่ายทุกคนมีโปรเจกต์หมดแล้ว ฉะนั้นถ้ารับเข้ามาอีกเราก็อยากจะเมกชัวร์ว่าทำให้น้องคนนั้นมีงาน ซึ่งเด็กๆ ที่ออกไปไม่ได้มีโปรเจกต์อะไรที่ค้างกับเราอยู่ จบกันด้วยดี ไม่มีเก็บค่าสัญญา ปกติในสัญญาจะมีค่าสัญญาอยู่แล้ว ถ้าฉีกสัญญาแล้วจบกันด้วยดีก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะให้ไปเลยโดยที่ไม่มีเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เราลงทุนไปแล้วเราก็จะไม่มีเก็บคืน อย่างที่บอกเลยว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ส่งเสริมกัน เราก็ให้น้องไปมีชีวิตที่ดีขึ้นดีกว่า”

“ถามว่าใจหายไหมแล้วแต่เคสค่ะ บางเคสเราก็ไม่ได้ทำอะไรให้เยอะมาก แยกกันตอนนี้ก็ยังทัน แต่ถ้าอยู่กันไปแบบ 5-6 ปี แล้วแยกกันตอนนั้นอาจจะใจหาย แต่นี่อยู่แป๊บเดียวเองเนอะ เราก็ยังไม่ได้ใจหายมาก เงินที่เราลงทุนไปมันก็ยังไม่ได้แพงขนาดนั้น เด็กที่เซ็นกับค่ายเราจะเซ็นสัญญา 5 ปี แต่อย่างน้องคิสก็อยู่ด้วยกันมาประมาณเกือบปีค่ะ แต่ก็ฝากทุกคนสนับสนุนน้องด้วยไม่ว่าเส้นทางในการทำงานของน้องต่อไปจะเป็นยังไง”


เต๋อ พูดเสริมว่า “บางคนเขาก็มีแพสชั่นแบบว่าหลังจากที่เข้ามาอยู่ในค่ายแล้วเริ่มค่อยๆ รู้จักตัวเอง ค้นพบว่าแพสชั่นของเขาเป็นอย่างอื่น เช่น บางคนชอบร้องเพลง อยากเป็นศิลปิน ซึ่งเราสองคนทำในส่วนนี้ไม่เป็น และไม่มีแนวทางที่จะซัพพอร์ตเขาได้ด้วย ส่วนใหญ่เกิดจากการคุยกันหมดเลยมันก็เลยจบกันด้วยดี”

ขอบคุณภาพจาก: mine.media.official, davikahandterchantavit