การเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามามีบทบาทในรัฐบาลพอสมควร ในแง่การเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ของพรรค เป็นพ่อของ “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เข้าใจว่าที่เหนียมอายไม่ค่อยจะยอมรับกัน เพราะกลัวไปผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญเต็มๆ ทั้งที่ “อดีตนายกฯ แม้ว” พูดในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ” หวังว่าทุกท่านคงจะมีกำลังใจ และมีผมอยู่ทั้งคน และได้นายกฯอิ๊งค์ แถมพ่อนายกฯอิ๊งค์ ไปช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ก็แล้วกัน ขอบคุณมากทุกคน“
“อดีตนายกฯแม้ว” ยังเป็น “ผู้ช่วยหาเสียง”ให้พรรคเพื่อไทย ในสนามแข่งขันนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) ของเพื่อไทย พยายามแย่งชิงพื้นที่ภาคเหนือ “อดีตนายกฯแม้ว” บอกว่า“ยังขยับอะไรเยอะไม่ได้” เพราะ“ยังไม่พ้นบ่วง” ถ้าพ้นแล้วจะแวะไปหา สส.ไปเยี่ยมให้คำปรึกษาแนะนำ “หวังว่าจะช่วยเป็นกำลังใจให้พวกท่าน มีผมอยู่ที่นี่ อย่าว้าเหว่ อยากปรึกษาแวะมาหาก็มา ให้พวกเราได้ทำงานกันอย่างสบายใจ ไม่ต้องตกใจกับคะแนนเสียงที่หายไป มันหายไปได้ มันก็กลับมาได้”
เหตุที่ยังขยับเยอะไม่ได้ ก็เกี่ยวกับเรื่องคดีความที่ยังค้างคา อันแรกก็คือข้อกล่าวหา ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการไปคุยกับสื่อเกาหลีใต้เจ้าหนึ่ง “อดีตนายกฯแม้ว” ระบุว่า “มันมีปัญหาในเรื่องการแปลและการตีความ”เจ้าตัวดูจะไม่หนักใจคดีนี้มากนัก ศาลอ่านคำพิพากษาวันที่ 22 ส.ค.นี้ แต่คดีที่ประชาชนมุ่งจับตามากกว่า คือคดี “นักโทษทิพย์ ชั้น 14 โดยศาลดำเนินการไต่สวนเอง แม้การ “บริหารโทษ”เป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์ แต่การ “บังคับโทษ”เป็นอำนาจของศาล
ก็น่าจะมีคนร้อน ลุกลี้ลุกลนกันบ้าง“เอาอย่างไรต่อ”จากที่เดิม มีปัญหาก็โยนให้ราชทัณฑ์กับ รพ.ตำรวจ ว่า เมื่อ “อดีตนายกฯแม้ว” เข้าเรือนจำแล้ว หลังจากนั้นถือเป็นอำนาจของเรือนจำทั้งหมด ทั้งการให้ไปอยู่ไหนให้เข้ารักษาพยาบาลด่วนได้หรือไม่ “อดีตนายกฯแม้ว” ถูกส่งเข้า รพ.ตำรวจ ในช่วงกลางดึกของวันที่เข้าเรือนจำด้วยอาการแน่นหน้าอกแล้วอยู่ยาว ผู้ที่จะให้กลับไปเรือนจำได้คือแพทย์ที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งครั้งนี้จะให้ “ราชทัณฑ์–รพ.ตำรวจ”รับจบไม่น่าจะได้เสียแล้ว??
มีการสอบสวนจากแพทยสภา ทำให้แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจโดนพักใบประกอบโรคศิลป์ ขณะที่การสอบในชั้นศาลฯ ที่ดูว่ามีการบังคับโทษหรือไม่ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและทรวงอก เพราะ“อดีตนายกฯแม้ว” ถูกส่งเข้า รพ.ตำรวจจากอาการแน่นหน้าอกแพทย์ เชิญผู้เชี่ยวชาญในห้องฉุกเฉินและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ คือ ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช กรรมการแพทยสภา
หมอระดับอาจารย์ ดูเอกสารแล้วทางการแพทย์แล้ว เห็นว่า อาการที่เป็นเหตุในการส่งตัวออกจากเรือนจำด้วยภาวะฉุกเฉิน 2 โรค เมื่อถึง รพ.ตำรวจ กลับไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรคนั้นมาตรวจ ไม่ปรากฏการให้ยาและการรักษาอาการดังกล่าว การผ่าตัด 2 ครั้ง แพทย์ด้านออโธปิดิกส์ ก็ไม่ได้เห็นว่าเร่งด่วน โดยสรุปคือผู้เชี่ยวชาญมองว่า อาการป่วยของ “อดีตนายกฯแม้ว” ไม่ได้เข้าขั้นวิกฤตขนาดนอนแช่อยู่นานหลายเดือน แพทย์เฉพาะทางรักษาอาการแล้วก็ออกจาก รพ.ตำรวจได้
หลังการไต่สวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหลายปาก โดยเฉพาะจากการไต่สวนแพทย์จะไม่เป็นคุณต่อ “อดีตนายกฯแม้ว” นัก ซึ่งก็ต้องลุ้นกันวันที่ 9 ก.ย.นี้ ศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ถ้าต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง “คงจะใช้มุขป่วยฉุกเฉินยากแล้ว” ก็อาจมีข้อต่อสู้ที่พยายามใช้อีกทาง คือ“นับเวลาโดนคุมขังอยู่ที่ รพ.ตำรวจ” ที่ไม่รู้จะใช้ได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ความเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่มีทักษิณเสียคน ก็น่าสนใจว่าส่งผลกระทบต่อการทำงานและบารมีของ“นายกฯอิ๊งค์”ลูกสาว แค่ไหน เพราะทั้งปัญหากัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยลดฮวบอยู่แล้ว เกิดปัญหากับ “ทักษิณ” ขึ้นมาอีก รวมถึงการแสดงให้เห็นถึง “การเลือกปฏิบัติ” จะกลายเป็นสิ่งที่คู่ตรงข้ามใช้ทำลายพรรคเพื่อไทย และ วันนี้ แสงจาก “ทักษิณ” ก็ไม่จ้าเหมือนเดิมแล้ว!!



