นายบัญชา ศิริกุล อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/90 ถนนทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของสวนเพาะเลี้ยงกระบองเพชร กล่าวว่า ก่อนที่จะมาปลูกกระบองเพชร ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อจำหน่ายกิ่งให้กับลูกค้านั้น เดิมเคยทำงานที่กรุงเทพฯหลายลักษณะงาน เริ่มจากการเป็นช่างภาพประจำร้าน ช่างภาพงานแฟชั่น ถ่ายแบบให้กับนิตยสาร และงานอีเวนต์ต่างๆ ก่อนจะมีเงินทุนตั้งตัว และร่วมกับเพื่อนๆในวงการ คนรู้จัก ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะถึงจุดอิ่มตัว อยากกลับบ้านเกิด จึงนำเงินทุนที่ได้จากการทำงานดังกล่าว ซื้อที่ดินประมาณ 40 ไร่ในเขต อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อทำการเกษตร

งานเกษตรที่ทำครั้งแรกคือปลูกมันสำปะหลัง ต่อมาปลูกข้าวโพด ปลูกมันเทศ เลี้ยงแพะ ซึ่งทุกอาชีพที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายไปเลี้ยงปลานิลในกระชัง ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก็ไม่รุ่งอีก คิดว่าคงจะไม่ใช่แนวทางของตน เพียงแต่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือลองทำอาชีพที่ชาวบ้านเขาทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไม่เคยทำมาก่อน จึงเป็นการลองผิดลองถูก เพราะแค่อยากทำ แต่ยังขาดองค์ความรู้ จึงไม่ประสบความสำเร็จดังกล่าว ต่อมาจะเกิดไอเดียเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชรและมาถึงวันนี้ได้นั้น ได้เข้าไปเห็นกลุ่มเพาะเลี้ยงกระบองเพชรในสื่อออนไลน์ ซึ่งมีการโพสต์และแชร์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้ได้ความรู้ใหม่ว่ากระบองเพชรถือเป็นประเภทไม้สวน ไม้ประดับ มีหลายสายพันธุ์ ลักษณะสวยงาม แตกต่างกันออกไป ในกลุ่มที่นิยมกระบองเพชรหรือที่เรียกว่าตลาดบน ราคาค่อนข้างแพง จากการศึกษาวงการกระบองเพชรดังกล่าว พบว่ายังมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ ซึ่งต้นกระบองเพชรจะมีอายุยืนยาว ให้เจ้าของชื่นชมความงามไปนานปีนั้น จะต้องได้หน่อพันธุ์ที่มีคุณภาพ ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถนำกิ่งหรือหน่อกระบองเพชรสายพันธุ์ต่างๆมาต่อกิ่ง และเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านเรานั้น ได้รับการยอมรับจากวงการกระบองเพชรว่าคุณภาพดี แต่การที่จะเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง ขณะที่ตลาดหลักในจังหวัดใหญ่ ที่มีกลุ่มคนนิยมเลี้ยงกระบองเพชร เช่น กรุงเทพฯ นครราชสีมา หรือเชียงใหม่ พื้นที่มีจำกัด กรณีดังกล่าว ตนจึงเกิดไอเดียที่จะเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชร เริ่มจากนำกิ่งกระบองเพชรที่มีอยู่ในพื้นที่ มาทดลองเพาะที่หน้าบ้าน ทีแรกทำ 3-4 แปลง เกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงติดต่อหาตลาดรองรับ พบมีความต้องการสูง จึงขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง ทำการปลูกและรับคนงานเข้ามา ทั้งนี้ เพิ่งจะลงมือดำเนินการได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรเพียงกิ่งละ 5-10 บาทเท่านั้น แต่ก็มีออร์เดอร์เข้ามาเป็นระยะ ถือเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ ที่น่าจะมีอนาคต”               

นายบัญชา กล่าวอีกว่า อาชีพเพาะเลี้ยงหน่อหรือกิ่งกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านที่ตนลงมือทำถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา สามารถช่วยเหลือญาติพี่น้อง ที่ว่างงานในช่วงนี้ให้มีงานทำ สำหรับตน ไม่หวังอะไรมาก ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะกระทบ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ซีเรียส คือขอเพียงให้มีงานทำ พอมีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอด ทุกวันมาดูกิจกรรมในสวน ดูแลคนงานบริหารจัดการในสวน ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้คาดหวังว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ยอดจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรก็คงจะสูงขึ้น