สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองอันหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน และกรรมการกรมเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวว่า นับตั้งแต่การประชุมสี่ฝ่ายครั้งแรก เมื่อปี 2567 สถานการณ์ในเมียนมาโดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น และอยู่ระหว่างเดินหน้างานฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหว รวมทั้งปกป้องอำนาจอธิปไตย เอกราช และเสถียรภาพของชาติ


หวังเรียกร้อง การยึดมั่นแนวทางที่เมียนมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง สนับสนุนทางเลือกของประชาชนชาวเมียนมา และแก้ไขความแตกต่างผ่านการเจรจา


ขณะเดียวกัน จีนย้ำความสำคัญของการไกล่เกลี่ยโดยสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีอาเซียนเป็นช่องทางหลัก และให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับกลไกต่าง ๆ เช่น การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศระหว่างกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา


นอกจากนี้ เรียกร้องการให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตของประชาชนและการพัฒนา สนับสนุนเมียนมาในการปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนและการฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหว อีกทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมเตือนถึงแรงกดดันจากภายนอกที่อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค


ด้าน พ.อ.ตาน ส่วย รมว.การต่างประเทศเมียนมา ขอบคุณการสนับสนุนจากจีน ลาว และไทย ในการจัดการกับความท้าทาย และย้ำถึงความมุ่งมั่นของเมียนมาที่จะเดินหน้ากระบวนการสันติภาพและความปรองดองภายในประเทศผ่านการเจรจาทางการเมือง โดยเมียนมากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่โปร่งใสภายในสิ้นปีนี้ เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน


นายทองสะหวัน พมวิหาน รมว.การต่างประเทศลาว กล่าวว่า ลาวสนับสนุนกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้งที่เมียนมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง เพื่อบรรลุสันติภาพ เสถียรภาพ และความปรองดองของชาติ

นายหวัง อี้ นายทองสะหวัน พมวิหาน พ.อ.ตาน ส่วย และนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ หารืออย่างไม่เป็นทางการ ที่เมืองอันหนิง ในมณฑลอยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 15 ส.ค. 2568


ขณะที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศไทย กล่าวว่า ไทยยินดีร่วมมือกับประเทศอาเซียนแห่งอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือเมียนมาในการจัดการเลือกตั้ง บนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน


นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสี่ ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความพยายามร่วมกันในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน


หวังย้ำว่าการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ถือเป็นข้อกังวลร่วมกันของทั้งสี่ประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการที่สอดประสานกัน พร้อมเรียกร้องการเสริมแกร่งการจัดตั้งสถาบัน การออกปฏิบัติการร่วมกันและการควบคุมชายแดน เสริมสร้างศักยภาพและการประสานงานด้านตุลาการ รวมถึงเสริมสร้างการพัฒนาเชิงเปลี่ยนผ่านและธรรมาภิบาลทางสังคม


ทุกฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือการบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน เช่น การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงโทรคมนาคม การค้ายาเสพติดและอาวุธ และการค้ามนุษย์ ตลอดจนร่วมปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA