เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คณะ สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล, นายประดิษฐ์ พรหมจินดา, พ.อ.ไพบูลย์ พัสดร, ดร.นำศักดิ์ อุทัยศรีสม สว.สำรอง พร้อมคณะ เดินทางมาแสดงพลังเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการสรุปสำนวนคดีโกงการเลือก สว.ระดับประเทศ ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากขณะนี้ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ที่มีผู้แทนร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเออไอ ได้สืบสวนสอบสวน และสรุปผลส่งมายังสำนักงาน กกต. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2568

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า สืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงาน กกต. แล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา ทาง กกต. ก็อ้างว่า ต้องใช้เวลาราวๆ 30 วัน เพื่อดูสำนวนตรงนี้ ถ้าไม่เสร็จก็ขยายเวลาได้อีก ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ครบกำหนด 30 วันแล้ว กลับยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นอยากถามว่า กกต. จะขยายเวลาไปอีกจนถึงเมื่อไหร่ ทั้งนี้ยืนยันว่า สืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ได้มีการสืบสวน สอบสวนมาอย่างดีแล้ว จึงเห็นว่า กกต. ควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกา ภายในสัปดาห์นี้ ไปสู้กันอย่างแมนๆ ถ้าหลักฐานไม่พอก็ค่อยส่งเพิ่ม ส่วน สว. ที่เกี่ยวข้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ภายในเดือนนี้ ถ้าบริสุทธิ์จริง ก็ค่อยกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่ง

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีคนที่มีอักษาย่อ ต. และ จ. มีความพยายามในการเข้าไปล้วงลูก และยื้อเวลาออกไป ให้ สว.ชุดปัจจุบันได้ทำหน้าที่ในการเลือก กกต. คนใหม่ที่จะมาแทนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และนายสันทัด ศิริอนันต์ กกต.ที่ครบวาระ และรักษาการอยู่ตอนนี้ ซึ่งการที่คนใหม่เข้ามาและรับลูกต่อนั้น จะมีความเข้าใจในสำนวนคดีมากน้อยแค่ไหน เพราะเรื่องนี้มีความซับซ้อน จึงขอให้หยุดการยื้อเวลา การล้วงลูก แล้วเร่งส่งสำนวนสู่ศาลฎีกา ย้ำว่า เราจะต่อสู้กับเรื่องนี้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย ถ้ารอ กกต.ชุดใหม่แตะมือมาดูสำนวน และอ้างไม่มีมูล เราจะประเคนมาตรา 157 ให้ เพราะที่ผ่านมาข้าราชการที่ไม่เห็นแก่ประชาชนเข้าไปกินข้าวแดงในคุกเยอะแล้ว

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้านายแสวง บุญมี, นายอิทธิพร และ กกต.ทุกท่าน ตลอดจนรองเลขาธิการ กกต. ที่กำลังทำเรื่องอยู่ตอนนี้ หากมีความซื่อสัตย์สุจริตจริง พูดจริง ไม่พูดปดมดเท็จ เรานัดกันไปสาบานที่วัดพระแก้วดีหรือไม่ว่า คดีนี้ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องแอบแฝง ไปสาบานกันเลย เพราะประชาชนรอฟังกันอยู่ ท่านมีความกล้าหาญหรือไม่ บอกกับประชาชนเลยว่า พร้อมที่จะไปสาบานต่อวัดพระแก้วว่าได้ทำงานนี้โดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีใครมาสั่งมาแอบไหม เรื่องจะเสร็จกี่วัน กี่โมง แต่ถ้าไม่ทำ ไม่มีเจตนาบริสุทธิ์ อย่าลืมว่าบ้านเมืองเรามีพระสยามเทวาธิราช ใครที่คิดไม่ดี ข้าราชการไหนที่คิดชั่วกับประเทศชาติ กับแผ่นดินไทยส่วนใหญ่แล้วมีอันเป็นไป” นายอัครวัฒน์ กล่าว.