องค์กรภาครัฐและเอกชนกำลังเดินหน้าธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรเพื่อความยั่งยืน ร่วมด้วยเพื่อจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาฯตามพันธสัญญาประเทศว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Cop26) ไม่ว่าหันมาใช้พลังงานสะอาด ใช้สินค้าที่ได้การรับรองฉลากคาร์บอนเป็นต้น
รู้ไหมว่าเสื้อโปโลทั่วไปที่ผลิตจากเส้นใยคอนตอนที่หลายบริษัทลือกใช้เป็นยูนิฟอร์ม หรืองานอีเวนท์ต่างๆ ในขบวนการผลิต ไม่ว่าการใช้พลังงานในการปั่นเส้นด้าย การย้อมสี การขนส่ง และอื่นๆมีการศึกษามาแล้วว่าในขบวนการดังกล่าว มีค่าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าเฉลี่ย 11.5 กิโลกรัมต่อการผลิตเสื้อ 1 ตัว

วีรวุฒิ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ “Eco Supreme” มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองฉลากด้าน Carbon Footprint Products จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)ผลิตเสื้อโปโลจากวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก PET เสื้อผ้าเก่า และเศษวัสดุธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนลงได้มากถึง 74% เมื่อเทียบกับเสื้อโปโลทั่วไป โดยมุ่งขับเคลื่อนตามแนวทาง Green Transition ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และมหาวิทยาลัยศิลปากร

เสื้อโปโลของ Eco Supreme มีจุดเด่น และแตกต่างจากแบรนด์เสื้อผ้า เนื่องจากเป็นแบรนด์เพื่อสิ่งแวดล้อมรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองฉลากด้าน Carbon Footprint Products ครบทั้ง 3 แบบ ได้แก่ Carbon Footprint of Product, Carbon Footprint Reduction และ Carbon Footprint of Circular Economy ในปี 2024 ได้รับฉลากรวมแล้วถึง 9 ฉลากจาก 4 ผลิตภัณฑ์ โดยผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญภายใต้โครงการของ สสว.

นอกจากนี้ยังใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลาย อาทิ ขวด PET รีไซเคิล เศษผ้า ผักตบชวา แห และอวน เพื่อลดขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลิตภัณฑ์ของ ECO Supreme สามารถคำนวณ Carbon Footprint ได้จริง ทำให้เหมาะกับองค์กรที่ต้องทำ ESG Report, CFO Report, CSR, Green Office หรือ SDGs ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าของ Eco Supreme จึงมีคุณภาพสูง ไม่ต้องรีด ระบายอากาศดี ใส่สบาย และดูแลง่าย ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำอย่าง AIS, บ้านปู, ปตท., RATCH GROUP และ UNESCO ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท

“การเปรียบเทียบค่า Carbon Footprint แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เป็นรูปธรรมของผลิตภัณฑ์ Eco Supreme ขณะที่เสื้อโปโลผ้าคอตตอนทั่วไปมีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าเฉลี่ย 11.5 กิโลกรัมต่อเสื้อ 1 ตัว เสื้อโปโล Eco Supreme ที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิลมีค่า Carbon Footprint เพียง 2.94 กิโลกรัมต่อเสื้อ 1 ตัว ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์ของ Eco Supreme ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง74% ทันที” นายวีรวุฒิ กล่าว

มนธิดา มาลาบุปผา ผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจ (Business Development Manager) บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวเสริมว่า Eco Supreme มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือองค์กรภาคธุรกิจและสถาบันที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยเฉพาะที่ต้องการลด Carbon Footprint อย่างเร่งด่วน บริษัทที่ทำธุรกิจกับต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป ซึ่งมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวด เช่น CBAM, EU Green Deal และสถาบันการศึกษาที่ต้องการผสานเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับการเรียนรู้ ที่ผ่านมาได้จัดทำและจำหน่ายเสื้อลาย “น้องหมูเด้ง” รวมไปถึงมีการร่วมมือ “ปังปอนด์” ภายใต้ลิขสิทธิ์ วิธิตา แอนิเมชั่น



