เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดตัวความร่วมมือ “โครงการความร่วมมือการผลิตผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)” ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ปีงบประมาณ 2568 ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568
ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นช่องทางสำคัญในการต่อยอดการเรียนรู้ของผู้เรียนในสังกัด สกร. ให้สามารถสร้างรายได้จริง วันนี้จึงขอประกาศชัดเจนว่า จะผลักดันผู้เรียน สกร. ที่มีศักยภาพอย่างน้อย 1,000 คน สมัครเข้าสู่การสมัครใรโครงการ Caregiver เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ และสามารถสมัครเข้าทำงานได้จริงในระบบการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้โครงการดังกล่าวสอดรับทั้งนโยบายรัฐบาลและความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพที่กำลังขยายตัว ทั้งจากความเป็นสังคมผู้สูงอายุในไทย และความต้องการแรงงานด้าน Caregiver จากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางและประเทศพัฒนาแล้ว ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้แก่แรงงานไทย พร้อมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัวทั่วประเทศ
ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ มีทั้งหลักสูตรระยะสั้น 70 ชั่วโมงที่ได้รับใบประกาศนียบัตร ซึ่งสามารถต่อยอดสู่หลักสูตรเข้มข้น 420 ชั่วโมง ที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ได้ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงมุ่งมั่นกำกับดูแล สกร. ในการเป็นกลไกประสานข้อมูลบุคคลที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรมาตรฐาน และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อเข้าปฏิบัติงานเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง พร้อมทั้งร่วมมือกับ สปสช. เขต และ อปท. ในแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการจัดจ้างบุคลากรเหล่านี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง
“ในวันนี้ความร่วมมือระหว่างกับ สปสช.และสกร.ได้เกิดขึ้นแล้ว และคาดว่าจะเกิดความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต่อไป เพื่อร่วมกันผลักดันให้การดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอย่่างทั่วถึงไม่ใช่การเซ็น MOU แล้วจบ แต่เป็นการปักธงแห่งโอกาสให้ “เด็ก สกร. เรียนแล้วต้องได้งาน” ตามแนวคิด Learn to Earn ที่ดิฉันขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว



