เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้มีการยอมรับว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. มีการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปแล้วนั้น ไทม์ไลน์หลังจากนี้ หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภา โดยการเลือกตั้งหลังจากนี้ (กรณียุบสภา 3 ก.ย.) เริ่มนับจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษา และสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงทันที จากนั้นวันที่ 1-7 วัน (วันที่ 4-10 ก.ย.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง โดยจะมีการออกระเบียบแนวทางการหาเสียง และกำหนดวันเปิดรับสมัครผู้สมัคร สส.

ช่วงวันที่ 8-14 (วันที่ 11-17 ก.ย.) เปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 15-44 (วันที่ 18 ก.ย.-17 ต.ค.) เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จัดเวทีปราศรัย ติดตั้งป้าย/สื่อหาเสียง และห้ามซื้อเสียงใช้ทรัพยากรรัฐโดยไม่ชอบ

ช่วงวันที่ 45-59 (วันที่ 18-31 ต.ค.) มีการเลือกตั้งล่วงหน้า (ทั้งในเขตและนอกเขต) และเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (สำหรับคนไทยในต่างประเทศ) และช่วงวันที่ 60 (อาทิตย์ที่ 2 พ.ย.) เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป โดยต้องไม่เกิน 60 วัน หลังการยุบสภา หาก กกต. ยึดหลักวันอาทิตย์สุดท้ายคือวันที่ 2 พ.ย.

ทั้งนี้หลังวันเลือกตั้งจะเป็นการนับคะแนน และประกาศผลไม่เป็นทางการ (คืนวันเลือกตั้ง) นอกจากนี้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันหลังเลือกตั้ง (ไม่เกินต้น ม.ค. 69) และเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นถ้ายุบสภาวันที่ 3 ก.ย. วันเลือกตั้งที่ช้าที่สุดคือ วันอาทิตย์ 2 พ.ย. แต่ กกต. อาจเลือกวันอาทิตย์ก่อนหน้านั้นก็ได้