สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า รัฐสภายุโรปประเมินว่า สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ ร่วมกันสร้างขยะอาหารประมาณ 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งมีปริมาณรวมกันมากถึง 60 ล้านตัน รวมถึงขยะสิ่งทออีกประมาณ 15 กิโลกรัม
อียูมีเป้าหมายที่จะขยายผลไปสู่การลดปริมาณน้ำ ปุ๋ย และพลังงานที่ใช้ในการผลิต แปรรูป และจัดเก็บอาหารที่ถูกทิ้ง รวมถึงในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่ซึ่งการผลิตเสื้อยืดผ้าฝ้าย 1 ตัว ต้องใช้น้ำสะอาด 2,700 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณที่คนทั่วไปดื่มในเวลา 2 ปีครึ่ง
ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภารับรองกฎหมายตามที่เจรจากับประเทศสมาชิกก่อนหน้านี้ โดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหาตอนใดอีก ซึ่งแต่ละประเทศได้รับเป้าหมายการลดขยะที่มีผลผูกพัน และจะมีอิสระในการบรรลุเป้าหมาย
Today MEPs ????️vote on the new rules to reduce ????textile and ????food waste
— European Parliament Audiovisual Service (@europarlAV) September 9, 2025
????Infoclip on collection of unsold food ????????and second hand clothes???????? available to download: https://t.co/ukTiknblFM pic.twitter.com/6LpJwTX8mQ
ภายในปี 2573 สมาชิกอียูต้องลดขยะอาหารที่เกิดจากครัวเรือน ผู้ค้าปลีก และร้านอาหารลง 30% เมื่อเทียบกับระดับเมื่อปี 2564-2566 รวมถึงต้องลดขยะอาหารที่เกิดจากกระบวนการแปรรูป และการผลิตอาหารลง 10%
เมื่อปีที่แล้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติของยุโรป สนับสนุนการลดขยะอาหารที่มีความทะเยอทะยาน โดยอยู่ที่ 40% และ 20% ตามลำดับ แต่หลังจากนั้น มีการประนีประนอมขั้นสุดท้ายกับคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอสุดท้ายยังคงเผชิญกับการต่อต้านจากร้านอาหารและการบริการ ที่คัดค้านเป้าหมายที่มีผลผูกพัน แต่กลับสนับสนุนให้มีการผลักดันการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะ เนื่องจากขยะอาหารมากกว่า 50% เกิดขึ้นในระดับครัวเรือน.
เครดิตภาพ : AFP



