ตามที่นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 12 ก.ย. 2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร นั้น

สำหรับรายละเอียดในคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า ด้วยได้รับข้อร้องเรียนประกอบกับมีข้อมูลเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นพระอารามหลวงในทางเสื่อมเสียที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายและความเสื่อมศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งสมควรจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ถี่ถ้วนเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนา
ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียนดังกล่าว อาศัยอำนาจตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 2 ก.ย.2567 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร โดยมีองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานกรรมการ 2.นางรื่นฤดี สุวรรณมงคล กรรมการ 3.นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา กรรมการ 4.ผู้กำกับการสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา กรรมการ 5.ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา กรรมการและเลขานุการ 6.นายอนุชิต แสงใสย์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

หน้าที่และอำนาจ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตามที่มีข้อร้องเรียน และที่เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ 2.เชิญผู้เกี่ยวข้อง หน่วยงานของรัฐ มาชี้แจง ให้ข้อมูล และมีอำนาจเรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากผู้ครอบครอง เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อเท็จจริง 3.คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเท่าที่จำเป็น เพื่อพิจารณาศึกษาปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ 4. ดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็นหรือตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจบรรลุผลสำเร็จ
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจข้อเท็จจริง เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการรับทราบคำสั่ง ในกรณีที่คณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาได้ ให้คณะกรรมการรายงานเหตุที่ทำให้ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ต่อผู้มีคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อให้พิจารณาขยายระยะเวลาดำเนินการตามความจำเป็น ครั้งละไม่เกิน 15 วัน จนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จและรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเสนอความเห็นต่อผู้มีคำสั่งเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป



