สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่าอายูบซึ่งกำลังเตรียมโบกธงชาติปาเลสไตน์ในการประกวดที่ประเทศไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย. นี้ กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับเอเอฟพี ว่า“ประชาชนของเราต้องการเสียง” และ “เราไม่ต้องการลบล้างอัตลักษณ์ของเรา”
อายูบต้องการแสดงให้เห็นถึงมรดกอันล้ำค่า และความงดงามของบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ เพื่อทำให้ชาวปาเลสไตน์ ที่เคยถูกจำกัดอยู่ให้จมกับความทุกข์ทรมาน “กลายเป็นมนุษย์”
หญิงสาวเน้นว่า เด็กชาวปาเลสไตน์ “อยากมีชีวิตอยู่” และผู้หญิงชาวปาเลสไตน์ “ผมีความฝัน และความปรารถนา”
ปัจจุบัน อายูบเดินทางไปมาระหว่างเมือรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์ กรุงอัมมานของจอร์แดน และเมืองดูไบของยูเออี ซึ่งเธอได้ก่อตั้งองค์กรฝึกอบรมผู้สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับความยั่งยืน และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
เธอใช้ชีวิตในเขตเวสต์แบงก์ สหรัฐ และแคนาดา หลังสำเร็จการศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษและจิตวิทยา เธอเป็นครูสอนหนังสือ และทำงานให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำในปาเลสไตน์ ก่อนร่วมเป็นนางแบบในงานแฟชันโชว์ที่อิตาลี ที่ซึ่งผู้คนเริ่มสนับสนุนให้เธอประกวดนางงาม ทำให้เธอตัดสินใจเปิดแฟรนไชส์ มิส ปาเลสไตน์
เมื่อปี 2565 การประกวดมิสปาเลสไตน์ครั้งแรกจัดขึ้นทางออนไลน์ เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์ที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศ ทั้งในอิสราเอล และในดินแดนต่าง ๆ ได้เข้าร่วม ในฐานะผู้ชนะคนแรก อายูบได้ทำงานในกิจกรรมการกุศลขององค์กร และเข้าร่วมการประกวด “มิส เอิร์ธ” เมื่อปี 2565
อายูบกล่าวว่า เธอจะคว้าทุกโอกาส เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวปาเลสไตน์ และแสดงตัวตนในทุกเวทีระหว่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดความเป็นปาเลสไตน์ให้โลกได้ประจักษ์.
เครดิตภาพ : AFP



