เมื่อวันที่ 17 ก.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีประกาศฉบับที่ 22/2568 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง ระดับน้ำแม่น้ำโขง และแม่น้ำเจ้าพระยา คาดการณ์สภาพอากาศพบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และได้ประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทัน ในระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. ดังนี้

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม รวม 35 จังหวัด ภาคเหนือ จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน (อ.ขุนยวม แม่สะเรียง และ อ.สบเมย) เชียงใหม่ (อ.อมก๋อย) เชียงราย (อ.เมืองเชียงราย แม่สาย เชียงของ เชียงแสน และ อ.แม่จัน) น่าน (อ.แม่จริม และ อ.เวียงสา) ตาก (อ.ท่าสองยาง พบพระ แม่ระมาด สามเงา และ อ.อุ้มผาง) กำแพงเพชร (อ.คลองลาน และ อ.ปางศิลาทอง) พิษณุโลก (อ.นครไทย และ อ.เนินมะปราง) เพชรบูรณ์ (อ.เมืองเพชรบูรณ์ หล่มสัก หล่มเก่า เขาค้อ วิเชียรบุรี และ อ.ศรีเทพ) และ จ.นครสวรรค์ (อ.แม่เปิน)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย (อ.วังสะพุง) หนองคาย (อ.เมืองหนองคาย) อุดรธานี (อ.เมืองอุดรธานี กุมภวาปี กู่แก้ว ไชยวาน โนนสะอาด วังสามหมอ และ อ.ศรีธาตุ) สกลนคร (อ.วานรนิวาส วาริชภูมิ และ อ.อากาศอำนวย) นครพนม (อ.นาแก) มุกดาหาร (อ.ดงหลวง และ อ.หนองสูง) กาฬสินธุ์ (อ.เมืองกาฬสินธุ์ ท่าคันโท ยางตลาด สามชัย หนองกุงศรี และ อ.ห้วยเม็ก) ชัยภูมิ (อ.เทพสถิต และ อ.หนองบัวแดง) ขอนแก่น (อ.กระนวน และ อ.น้ำพอง) มหาสารคาม (อ.ชื่นชม) ร้อยเอ็ด (อ.เมืองร้อยเอ็ด เกษตรวิสัย ธวัชบุรี พนมไพร เมืองสรวง เสลภูมิ หนองพอก และ อ.อาจสามารถ) ยโสธร (อ.คำเขื่อนแก้ว) อำนาจเจริญ (อ.เมืองอำนาจเจริญ ปทุมราชวงศา พนา และ อ.ลืออำนาจ) นครราชสีมา (อ.เมืองนครราชสีมา ครบุรี จักราช ชุมพวง โชคชัย โนนแดง โนนสูง ปักธงชัย พิมาย สีคิ้ว สูงเนิน และ อ.หนองบุญมาก) บุรีรัมย์ (อ.เมืองบุรีรัมย์ กระสัง ชำนิ นางรอง พลับพลาชัย ลำปลายมาศ สตึก หนองกี่ และ อ.หนองหงส์) สุรินทร์ (อ.เมืองสุรินทร์ กาบเชิง ชุมพลบุรี ท่าตูม ปราสาท ศรีณรงค์ ศีขรภูมิ สังขะ และ อ.สำโรงทาบ) ศรีสะเกษ (อ.ขุขันธ์ ขุนหาญ และ อ.ปรางค์กู่) และจ.อุบลราชธานี (อ.กุดข้าวปุ้น เขมราฐ เดชอุดม ตระการพืชผล ทุ่งศรีอุดม นาจะหลวย นาเยีย น้ำขุ่น น้ำยืน บุณฑริก พิบูลมังสาหาร สว่างวีระวงศ์ และ อ.สิรินธร) 

ภาคกลาง จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก (อ.เมืองนครนายก และ อ.บ้านนา) ปราจีนบุรี (อ.กบินทร์บุรี และ อ.นาดี) สระแก้ว (อ.เมืองสระแก้ว ตาพระยา และ อ.วัฒนานคร) ฉะเชิงเทรา (อ.ท่าตะเกียบ และ อ.สนามชัยเขต) ชลบุรี (อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา) ระยอง (อ.เมืองระยอง ปลวกแดง และ อ.นิคมพัฒนา) จันทบุรี (อ.แก่งหางแมว ขลุง เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม) และ จ.ตราด (อ.เมืองตราด เขาสมิง คลองใหญ่ บ่อไร่ เกาะช้าง และ อ.เกาะกูด)

พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง และเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก รวม 41 จังหวัด บริเวณ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง สุราษฎร์ธานี และกระบี่

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวม 7 จังหวัด บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำสาย บริเวณอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แม่น้ำยม บริเวณ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แม่น้ำแควน้อย บริเวณอ.นครไทย จ.พิษณุโลก ลำน้ำยัง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แม่น้ำชี อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ แม่น้ำมูล อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี แม่น้ำปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสม บริเวณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มส่งผลกระทบพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากกรณีเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น และล้นตลิ่ง ได้แก่ บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย อ.เสนา และ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.เมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี และ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ไชโย และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และเฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ

ทั้งนี้ กอปภ.ก โดย ปภ. จึงได้ประสานแจ้ง 52 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวัง ติดตาม และเตรียมพร้อมรับมือโดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัยขึ้นในพื้นที่