เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ “หมอเจด” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” โดยระบุว่า
“เช็กด่วน! 5 อาการที่หลายคนชะล่าใจ สุดท้ายเป็นมะเร็ง!
เวลาได้ยินคำว่า ‘มะเร็ง’ หลายคนจะนึกถึงอาการหนักๆ เช่น ผอมโซ ซีดเหลือง หรือป่วยจนแทบเดินไม่ไหว แต่จริงๆ แล้ว หลายเคสมะเร็งมันเริ่มจาก ‘อาการเล็กๆ’ ที่เรามักไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ บางคนคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ เป็นริดสีดวง หรือเหนื่อยเพราะทำงานหนัก สุดท้ายพอไปตรวจจริงๆ กลับเจอมะเร็งในระยะลุกลามไปแล้ว
วันนี้ผมเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ ว่า อาการเล็กๆ ที่หลายคนเจอในชีวิตประจำวัน มันอาจไม่ธรรมดาเสมอไปนะครับ
1. ท้องอืด กินนิดเดียวก็แน่น
ใครที่เป็นบ่อยๆ หลังทานข้าว อาจจะคิดว่าแค่กินเผ็ด กินนม หรืออาหารไม่ย่อย แต่ถ้ามันท้องอืดแบบแทบทุกวัน กินนิดเดียวก็อิ่ม แน่นจนหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะผู้หญิง ต้องระวังไว้เลยว่า อาจเกี่ยวกับ มะเร็งรังไข่ ได้ครับ ถ้าใครเป็นแบบนี้ต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์ อย่ามัวแต่ซื้อยาลดกรดมากินเอง ควรลองไปตรวจกับหมอ อัลตราซาวด์ดูสักทีครับ เจอเร็วมีโอกาสรักษาหายได้สูงเลย
2. ไอเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน
ใครที่เป็นหวัดหรือภูมิแพ้บ่อย คงคุ้นกับอาการไออยู่แล้วใช่ไหมครับ แต่ถ้าไอแห้งๆ ต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป รักษายังไงก็ไม่ดีขึ้น หรืออยู่ดีๆ เสียงแหบ เสียงเปลี่ยนแบบไม่รู้สาเหตุ อันนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเกี่ยวกับ มะเร็งกล่องเสียง หรือ มะเร็งปอด ได้ บางเคสอาจจะเริ่มต้นแค่ ‘เสียงแหบ’ ธรรมดาๆ หรือบางเคสเป็นมะเร็งปอดก็เริ่มจาก ‘ไอแห้งเรื้อรัง’ โดยไม่มีเสมหะเลือดเลยด้วยซ้ำ ถ้าใครไอนานเกินเดือน หรือเสียงเปลี่ยนแบบผิดปกติ ลองไปเช็กกับหมอหูคอจมูกหรือหมอปอดดีกว่า อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปครับ
3. ถ่ายผิดปกติ หรือมีเลือดปน
เรื่องการขับถ่าย หลายคนชินกับอาการท้องผูกบ้าง ท้องเสียบ้าง แต่ถ้าอยู่ๆ ลักษณะการถ่ายเปลี่ยนไปชัดเจน เช่น
ถ่ายแข็งบ่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็ท้องเสียสลับไปมา
อุจจาระเล็กลงผิดปกติ
หรือมีเลือดปน
อันนี้อย่าคิดว่าเป็นแค่ ‘ริดสีดวง’ เสมอไปนะครับ เพราะมันอาจเป็นสัญญาณของ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้เหมือนกัน ถ้ามี ‘เลือดปนในอุจจาระ แม้เพียงเล็กน้อย’ ไม่ควรมองข้าม เพราะนี่คือหนึ่งในอาการเตือนสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ถ้ามีเลือดปนเรื่อยๆ หรืออาการถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมแบบชัดเจน ควรไปตรวจส่องกล้อง (colonoscopy) ครับ ถ้าเจอตั้งแต่ระยะแรก โอกาสหายสูงเกิน 90% เลย
4. แผลในปากไม่หายสักที
‘ร้อนใน’ หรือแผลในปากเป็นเรื่องปกติของหลายคน แต่มักจะหายเองใน 1-2 อาทิตย์ แต่ถ้าใครมีแผลในปากหรือลิ้นนานเกิน 3 สัปดาห์ หรือเป็นก้อนแข็งๆ ในปาก กลืนลำบากร่วมด้วย ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็น มะเร็งช่องปาก หรือ มะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในคนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือใช้ฟันปลอมที่ระคายเนื้อเยื่อบ่อยๆ อาการเล็กๆ แบบนี้ไม่ควรละเลย เพราะจากสถิติ ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากส่วนใหญ่เริ่มจากแผลเล็กๆ ที่ไม่ยอมหาย ถ้าเจอแบบนี้ควรรีบไปตรวจ อย่าคิดว่าเป็นร้อนในธรรมดา เพราะเจอตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสรักษาหายสูงมากครับ
5. น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ เหนื่อยง่าย
อาการสุดท้ายที่อยากเล่า คือ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น น้ำหนักหายไป 3-5 กิโลภายในไม่กี่เดือน ทั้งที่ไม่ได้ลดอาหารหรือออกกำลังกาย แถมยังเหนื่อยง่าย เพลีย หรือซีด อันนี้ต้องสงสัยแล้วครับว่าอาจมีมะเร็งบางอย่างซ่อนอยู่ ถ้าน้ำหนักลดแบบไม่รู้สาเหตุ ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย ซีด หรือมีไข้ต่ำๆ เรื้อรัง อย่าปล่อยผ่าน ควรไปตรวจเลือดและตรวจร่างกายนะ จะได้หาสาเหตุเจอ
อาการที่ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ อย่างท้องอืด ไอ เสียงแหบ ถ่ายผิดปกติ แผลในปาก หรือผอมลงแบบไม่ตั้งใจ จริงๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งก็ได้ ไม่ใช่ว่าใครมีอาการพวกนี้แล้วจะต้องเป็นมะเร็งแน่ๆ แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าละเลย ถ้าอาการค้างอยู่นานเกิน 2-3 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ
และอีกอย่างที่อยากฝากคือ การตรวจสุขภาพประจำปียังคงมีความสำคัญนะครับ รวมถึงใครที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรรับการตรวจนะ มะเร็งถ้าเจอตั้งแต่ระยะแรกๆ โอกาสหายขาดสูงมากครับ อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ”



