เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อที่ 26 ก.ย. 2568 ที่อาคารประชาธิปก – รำไพพรรณี สถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปร่วมสัมมนาในหัวข้อ กรอบกฎหมายและกลไกระดับนานาชาติในการจัดการผลกระทบจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐฉานและเมียนมา จัดโดย คณะกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สายโขง
นายชวลิต กล่าวเปิดการสัมมนาว่า ขอบคุณคณะผู้จัดการสัมมนา คณะวิทยากร ตลอดจนผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้านไหลลงสู่ลำน้ำสำคัญของไทย ได้แก่ กก รวก สาย และโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพ อนามัยประชาชนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำในการทำประปา นอกจากนั้น ปัญหามลพิษดังกล่าวยังกระทบไปยังมิติด้านการท่องเที่ยว ประมง และเกษตรกรรมอีกด้วย

นายชวลิต กล่าวว่า ได้ชื่นชมเครือข่ายภาคประชาชนที่เป็นกำลังสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในสุขอนามัยของประชาชนอย่างแข็งขันต่อเนื่องในพื้นที่ และครั้งนี้ได้มาจัดสัมมนาในกรุงเทพ ฯ ในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศเพื่อร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จโดยเร็ว หลังจากคณะวิทยากรได้ให้ความรู้ ข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ประชาชนประสบกับความเดือดร้อนจากมลพิษที่เกิดจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมแล้ว
นายชวลิต กล่าวอีกว่า การจะแก้ไขปัญหามลพิษที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วไหลลงสู่แม่น้ำของประเทศไทยหลายสายดังกล่าวนั้น ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือ ต้นกำเนิดที่เป็นสถานที่ที่ตั้งของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งอยู่นอกเขตแดนประเทศไทย ประเทศไทยเป็นภาคีขององค์กรความร่วมมือลุ่มน้ำโขงอยู่อย่างน้อย 2 องค์กร คือ 1.คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี ) มีสมาชิกประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เวียตนาม และไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 2.องค์กรความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง (แอลเอ็มซี) สมาชิกประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียตนาม ไทย และจีน วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงและการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืนในอนุภาคลุ่มน้ำโขง

นายชวลิต กล่าวต่อว่า การประสานงานกับทั้ง 2 องค์กรดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อาจนำปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่มาเป็นสารตั้งต้นในการเจรจาเพื่อหาทางยุติปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนลงได้ คู่ขนานกับการประสานงานกับจีนซึ่งเป็นมหามิตรของประเทศไทยในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ จากการติดตามข่าวจากสื่อสารมวลชนหลายแขนงมาเป็นระยะ ๆ
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ทราบว่าผู้ประกอบการเหมืองแร่แรเอิร์ธเป็นชาวจีน ซึ่งไม่สามารถประกอบการโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในประเทศจีนได้ เพราะทางการจีนเข้มงวดกวดขันให้ผู้ประกอบการทำตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ผู้ประกอบการดังกล่าวจึงมาทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมาซึ่งอยู่ในอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยเพื่อลดต้นทุนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมลงมหาศาล แต่ทิ้งปัญหามลพิษไว้ยังพื้นที่ประกอบการและนำไปสู่การไหลของมลพิษลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งก็คือ ลำน้ำธรรมชาติ การแก้ปัญหาจึงซับซ้อนยากกว่าปกติอย่างมาก

นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายภาคประชาชนควรรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงในปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งหมดดังกล่าว นำเรียนกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยเพื่อขอความร่วมมือจากสถานทูตจีนประจำประเทศไทยให้ตรวจสอบผู้ประกอบการชาวจีนที่ประกอบกิจการเหมืองแร่แรร์เอิร์ธว่าเป็นผู้ประกอบการชาวจีนจริงหรือไม่ ถ้าใช่ควรให้ดำเนินการประกอบธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในประเทศจีน ซึ่งมั่นใจได้ว่า ทางการจีนย่อมหวังที่จะเห็นประชาชนของตนไม่ไปกระทำผิดกฎหมายในประเทศอื่นอย่างแน่นอน
นายชวลิต กล่าวย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทย ขอเสนอแนะรัฐบาลไม่ว่าชุดนี้ หรือชุดต่อไป ได้พิจารณานำปัญหามลพิษจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธไหลลงแม่น้ำหลายสายของประเทศไทย จนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยควรนำปัญหาดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วต่อไป



