เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้กรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ว่า ที่ตั้งคำถามต่อรัฐบาลของตนทำได้ หรือทำเป็น ทำดีหรือไม่ คำตอบคือทำได้ สิ่งที่ถูกเขียนในคำแถลงนโยบายเป็นสิ่งที่ได้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว การทำงานของตนทำได้เร็ว ทำเลย และทำเป็น ครม.ที่สรรหามา ทุกคนมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน รัฐบาลนี้ไม่มี คำว่า “คนละพรรค” ไม่มีขัดแข้งขัดขา ไม่ต้องกังวลพรรคใดทำแล้วจะได้คะแนนนิยมมากว่า ถูกสั่งสอนให้เป็นคนใจกว้าง อะไรที่วงศ์วานว่านเครือทำแล้วเกิดประโยชน์ ประสบความสำเร็จ จะชื่นชม อนุโมทนาสาธุ สนับสนุนคนทำงานร่วมกัน ขอให้มั่นใจทุกคนในรัฐบาลมีฝีมือ สิ่งที่กังวลเรื่องความโปร่งใสนั้น ขอให้สบายใจ เพราะรับฟังทุกความกังวล ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ถูกกฎหมาย ใจกล้าให้ตรวจสอบได้ ยืนยันโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน การระบุว่าขาดอนาคตประชาธิปไตยนั้น ประชาธิปไตยคือ เคารพเสียงส่วนใหญ่ ไม่เอาแต่ใจ รัฐบาลจะวางรากฐานแบบอย่างที่ดีให้อนาคตประชาธิปไตยสดใส นายกฯ คนนี้ไม่มีใครบงการได้ คิดได้เอง จะหารือ ครม. สมาชิกรัฐสภา ทำประโยชน์สูงสุดให้ประเทศและประชาชน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ระบุว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ขอให้นับวันที่ 1 ต.ค.2568 เป็นวันแรก และวันที่ 31 ม.ค.2569 ยุบสภาแน่นอน เป็นพันธะระหว่างพรรคที่ลงนามในข้อตกลงกับพรรคประชาชน เมื่อถึงเวลาจะคืนอำนาจให้ประชาชน  แม้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่จะมาแก้ปัญหาความเสียหายประเทศจากรัฐบาลที่แล้วมา จะทำทุกอย่างเพื่อเรียกเกียรติภูมิประเทศ ขวัญกำลังใจ ความปลอดภัยของประชาชนกลับมาสู่คนไทยใน 4 เดือน มั่นใจว่าทำได้ ต้องไม่เปรียบเทียบกัน

“อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ นพ.ชลน่าน อยู่กระทรวงสาธารณสุข 7 เดือน ผมก็อยู่ 7 เดือน ทำอะไรได้มากมาย มีบทบาทมากกว่าที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่  รัฐบาลนี้ยกเลิกกาสิโน ไม่มอมเมาประชาชนด้วยการพนัน จนถูกเชิญออกจากรัฐบาล เพราะไม่เห็นด้วยแนวทางรัฐบาลขณะนั้น  ขออนุญาตเคลมว่า เคารพศรัทธานโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นของนายอนุทิน ไม่ใช่ นพ.ชลน่าน ให้ฟอกไตฟรี แต่เสียดายรัฐบาลชุดที่แล้วเอาฟอกไตฟรีทั้งหมดออกไป เหลือแค่บางส่วน ภายใน 2 เดือนนี้ รมว.สาธารณสุข ต้องเอากลับมา หากทำไม่ได้จะไปเป็น รมว.สาธารณสุขเอง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนการระบุใช้เงิน 1,000-2,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขอัปมงคล มีความพยายามให้ตัวเลขนี้ มาทำให้คนในพรรคฝ่ายค้านหลายคนสมัยนั้นไขว้เขว แต่ทุกคนเห็นว่าไม่เป็นมงคล เอาไปแล้ว ไปทำให้อนาคตประชาธิปไตยมืดมน คนที่ทำเป็นคนในฝั่งรัฐบาลตอนนั้น ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยแน่นอน ส่วนที่ระบุว่า นโยบายรัฐบาลเป็นปัญหามากกว่าทางออกนั้น ขอตอบแทนว่า นโยบายรัฐบาลนี้เป็นทางออกให้ประเทศ 20 ปีก่อน เคยอยู่ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อประชุม ครม. และรัฐมนตรีมีการพูดถึงปัญหา จำได้ว่า นายทักษิณไม่พอใจ ครม.ที่นำเอาปัญหามาเป็นข้อแก้ตัวในการทำงาน ตั้งแต่วันนั้นบอกกับตัวเองจะไม่มีวันให้สิ่งเหล่านั้นมาเป็นปัญหา เวลาทำงานเมื่อมีปัญหาจะปิดไมค์แล้วบอกว่า จำไว้นะ ผู้แพ้จะเห็นปัญหาในทุกทางออก แต่ผู้ชนะจะเห็นทางออกในทุกปัญหา ตนและครม. จะเป็นอย่างหลัง ชนะไม่ชนะไม่รู้ แต่เห็นทุกทางออกในทุกปัญหา.