เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนกับนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่การอภิปรายเรื่องคุณสมบัติ และข้อกล่าวหาต่างๆ เรื่อง ซื้อตึกจนทำเอาตนนอนละเมอ เพ้อถึงตึกสกายไนน์ทุกวัน ตนขอชี้แจงว่า การลงทุนของบอร์ดประกันสังคม ไม่ได้ลงทุนแค่ 7 พันล้าน แต่ลงทุนเป็นหลักล้านล้านบาท มีบอร์ดการลงทุน บอร์ดประกันความเสี่ยง ที่มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งไม่มีใครเอาตัวเองมาเสี่ยงในการทำผิด ส่วนรมว.แรงงานนั้นไม่มีการเข้าไปล้วงลูก จะทราบเพียงแค่กอบการลงทุนว่าสัดส่วน 60% ลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีความเสี่ยง 40% ในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเท่าไหร่ เสี่ยงสูงเท่าไหร่ เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ลงทุนในความเสี่ยงสูงตามกองทุนต่างๆ รวมถึงเรื่องการซื้อตึก ก็ผ่านการพิจารณาของบอร์ดการลงทุนทั้งนั้น รัฐมนตรีไม่มีอำนาจ ขอย้ำว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากมีใครทำผิดก็ให้เข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบให้หมด หากมีอะไรเกี่ยวโยง เกี่ยวกันกับตนก็น้อมรับทุกเรื่อง ตนอยากให้เรื่องนี้จบเสียที เพราะนี่เป็นปีสองปีแล้วที่พูดววนไปวนมาเรื่องตึก

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กองทุนประกันสังคม ปัจจุบันมีเงิน 2.66 ล้านล้าน เพิ่มมา 1 ล้านล้านบาท จาก 30 ปีมีเงินเพียง 1.6 ล้านล้านบาท จากนายจ้างสมทบ 5% ลูกจ้าง 5% และรัฐสมทบอีก 2.75% นั้นก็มาจากดอกผลจากการลงทุน และนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน หากไม่มีการลงทุน แล้วนำเงินนี้ไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ยแค่ 70 สตางค์ หรือ 1 บาท แล้วจะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่ายสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องดอกผลนั้น รัฐมนตรีจะรู้ได้จากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และถ้าจำไม่ผิด ปี 2567 มีดอกผลประมาณ 7 หมื่นล้านบาท

“การลงทุนของประกันสังคม โดยมีบอร์ดต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ต้องยอมรับว่ามาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้เกิดจากรัฐมนตรี ประกันสังคมซื้อหุ้นความเสี่ยงสูง ซื้อหุ้น SET 50 ถ้าซื้อหุ้นพลังงานไม้ละ 5 พันล้านบาท หมื่นล้านบาท ถ้ารัญมนตรีรู้เรื่องก็ผิดกฎหมาย ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ จึงอยากให้ท่านรู้ว่า วันหนึ่งที่ท่านเป็นรัฐมนตรีแล้วเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ รัฐมนตรีจะรู้แค่การลงทุนแบบไหน ความเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำสัดส่วนเท่าไหร่” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วน นายกฤช ศิลปะชัย สส.เขต 2 ระยอง ระบุว่ามีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ดิน พบปัญหาบ่อดินนั้นท่านต้องรู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก ถ้าอันไหนผิดท่านก็ดำเนินคดีเลย โดยตนกล้าพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรงนี้เลยว่า บ่อดินที่เอ่ยถึงนั้นไม่ใช่ของตน ดังนั้นท่านต้องกล้าสาบาน เพราะจะมากล่าวหาตนอย่างนี้ไม่ได้ ตนไม่อยากต่อล้อต่อเถียง แต่เราต่างมีวุฒิภาวะ ต้องพูดความจริง ส่วนเรื่องรถสิบล้อ การขนกากสารพิษต่างๆ ย้ำว่า ตนไม่เคยมีรถสิบล้อ ส่วนคนที่มีรถสิบล้อใครจ้างทำอะไรก็ทำ ไม่รู้ว่าเขาขนอะไร ที่สำคัญถ้ามีการลักลอบขนกากพิษ ด่านศุลกาการซึ่งมีเครื่องตรวจ ตรวจผ่านมาได้อย่างไร นอกจากนี้ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับอุตสาหกรรมชลบุรีเลยว่าเป็นใคร ส่วนที่ว่าอ้างถึงชื่อ “มังกรน้ำเค็ม พวกกันสำคัญเสมอ” ต้องย้ำว่า การทำเสื้อในชลบุรี คนเข้าพวกก็เอาชื่อเราไปติดได้หมด แต่ถ้าเป็นส่วยผิดกฎหมายใครบ้างเอารูปตัวเองไปติด มันต้องเป็นรหัส นี่พูดถึงข้อเท็จจริง  

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการพูดถึงคดีเก็บผลไม้ป่า ขอย้ำว่า คดีค้ามนุษย์เป็นคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ อัยการสูงสุด ทำคดีร่วมกันกับทางฟินแลนด์ซึ่งสรุปผลออกมาหมดแล้วว่า คือใคร ซึ่งข้าราชการแรงงานไม่เกี่ยวข้อง แล้วกรณีมีการร้องเรียนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีการตั้งไต่สวน เรียกรับต่างๆ มติชี้มูลไปหมดแล้ว และตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากตนมีส่วนเกี่ยวข้องคงไม่ผ่านด่านตรวจมาเป็นรัฐมนตรีได้ 

“ผมขอย้ำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ว่าหากสิ่งที่ตนทำผิดกฎหมายขอให้ดำเนินคดีตนได้ทุกเรื่อง แต่ขอว่าอย่ากล่าวหากันลอยๆ เราลูกผู้ชายด้วยกัน มีอะไรสงสัย หน้าห้องน้ำก็เจอกันทำไมไม่ถามกัน คุยกันได้ นายอนุสรณ์ก็เจอกัน คุยกันบ่อยแต่อาจจะได้ข้อมูลผิดๆ มา ซึ่งไม่เป็นไร” นายสุชาติ กล่าว