นายลี กวางซู ผู้อำนวยการบริหารองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (เคทีโอ)   ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า  ไทยคือหนึ่งในตลาด ไมซ์ (MICE) ที่เกาหลีให้ความสำคัญ เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้ใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเกือบสองเท่า โดยเกาหลีมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ตั้งแต่สนามบินอินชอนที่เชื่อมต่อกว่า 186 เมือง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบ ไว-ไฟ ที่ครอบคลุม ไปจนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ผสานกับ เค- คัลเชอร์ ที่มีเอกลักษณ์ ปัจจัยเหล่านี้คือข้อได้เปรียบที่ทำให้เคทีโอ ตั้งเป้าดึงนักเดินทาง ไมซ์  ไทยอย่างน้อย 40,000 คนภายในปี 68 นี้

“ข้อมูลจาก เคทีโอ  ระบุว่า ผู้เข้าร่วม ไมซ์ ต่างชาติเฉลี่ยใช้จ่ายราว 2.8 ล้านวอน หรือราว 64,000 บาทต่อคน อุตสาหกรรม ไมซ์  ของเกาหลีมีสัดส่วนราว 9.2% ของรายได้ท่องเที่ยวประเทศ งานประชุมนานาชาติคิดเป็น 68.5% ของมูลค่าทั้งหมด ก่อนโควิด-19 เกาหลีเคยจัดงานได้มากถึง 230,000 งานต่อปี ในปี 62 และตลาดกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันไทยถูกจัดเป็นตลาด ไมซ์ ใหญ่สุดเป็นอันดับสองของเกาหลีในอาเซียน รองจากเวียดนาม และกำลังถูกผลักดันให้เป็นหนึ่งในตลาดหลักที่สร้างการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรม ไมซ์  เกาหลี”

นายลี กวางซู กล่าวต่อว่า  เพื่อเจาะตลาดไทย เคทีโอ ได้เปิดตัว  อินเซ็นทีฟ  ซัพพอร์ต โปรแกรม  ที่ครอบคลุมการสนับสนุนงาน  กาล่า  ดินเนอร์   กิจกรรม ทีม   บิลดิง รถบัสเหมาลำ กิจกรรม เค- คัลเชอร์  เช่น เค ป๊อบ และ เคฟู๊ด ฯลฯ  รวมถึงบริการจัดทำวิดีโอทริป  เป็นต้น  จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ย 5% ติดต่อกันเป็นเวลา 4 เดือน สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแรงของตลาด นอกจากนี้ ทาง เคทีโอ กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงระบบ K-ETA และขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางได้คล่องตัวยิ่งขึ้นด้วย.