เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่เทศบาลตำบลตลาดนิคมปราสาท ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายกฯ และคณะ เดินทางมายังเทศบาลตำบลตลาดนิคมปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และรับฟังปัญหา รวมถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่

โดยเมื่อนายกฯ เดินทางถึง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) 140 นาย และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 380 นาย ตั้งแถวรอให้การต้อนรับ จากนั้นนายกฯ เดินทักทายประชาชนในพื้นที่ และรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนจาก นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 3 อำเภอ และมีศูนย์อพยพหลัก 1 แห่ง คือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมถึงศูนย์อพยพอื่นๆ โดยมียอดผู้อพยพจำนวน 75,867 คน จังหวัดบุรีรัมย์จึงได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้รับผลกระทบ สัตว์เลี้ยง บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งสิ้นกว่า 42 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีจำนวน 39,666 ครัวเรือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 198 ล้านบาท

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวขอบคุณนายกฯ และคณะ ที่ได้มอบสิ่งของและอุปกรณ์หลุมหลบภัย ให้กับผู้นำทุกหมู่บ้าน เพื่อที่จะทำหลุมหลบภัยให้กับราษฎรในพื้นที่ ให้ได้หลบวิถีกระสุนลูกปืนใหญ่ของกัมพูชา ในวันที่ 24 -28 ก.ค. ที่ผ่านมา ให้สามารถหลบวิถีกระสุนด้วยความปลอดภัย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพไปยังศูนย์อพยพในจังหวัดบุรีรัมย์ และบางส่วนต้องอยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน เชื่อว่านายกฯ จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ นายกฯ คนต่อไปคือ นายอนุทินแน่นอน

ขณะที่ตัวแทนประชาชนอีกคน กล่าวว่า ชาวบ้านชายแดนลำบากมากในช่วงนี้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรืออพยพ เนื่องจากคนชายแดนไม่สามารถไปทำมาหากินได้ ซึ่งตนได้สอบถามประชาชนในพื้นที่แล้ว ว่าการปิดด่านถาวรจะดีหรือไม่ ผลปรากฏว่าประชาชนทุกคนให้ปิดด่าน ไม่ต้องไปอาศัยกัมพูชา ทำให้ได้รับเสียงเฮจากประชาชนที่มาร่วมงานวันนี้ ซึ่งนายกฯ ก็ปรบมือด้วย นอกจากนี้ ยังได้ยินว่านายกฯ จะทำกำแพงกั้นระหว่างไทย-กัมพูชา ถ้าทำได้ก็ทำเลย ไม่ให้มีรู แม้กระทั่งกระต่ายมา ก็ไม่ให้ลอด กระต่ายเข้ามายิงทิ้งให้หมด ถ้าทำกำแพงแล้วมีประตูจะมีคนแง้ม ฉะนั้นไม่ต้องให้มี ถ้าอยากให้มีการเปิดด่านต้องให้มีความสงบเรียบร้อย เขตทุกเขตและทุกด่าน ให้มันเรียบร้อยสะอาดและเป็นของเราเสียก่อน แล้วค่อยมาเปิดทีหลัง

ต่อมานายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า ตนขออนุญาตไม่ขึ้นเวที เพราะนายกฯ และรัฐมนตรี ต้องอยู่ต่ำกว่าประชาชน ทุกคนเป็นเจ้านาย เป็นคนที่มีพระคุณให้พวกเราได้มาทำงาน วันนี้รัฐมนตรีหลายคนอยากจะมาเจอกับพ่อแม่พี่น้อง เพราะทราบดีว่าช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เกิดความขลุกขลักในพื้นที่ ทุกคนที่มาวันนี้ คือคนที่จะมารับใช้ประชาชน ช่วงที่เราเป็นรัฐบาล เราจะทำเพื่อพี่น้องอย่างเต็มที่ ให้ความทุกข์ของพี่น้องคลายไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกคน ในยามที่บ้านเมืองมีภัยคุกคาม ทางการขอให้อพยพในที่ที่ปลอดภัย ซึ่งเราทราบดีว่าไม่มีใครอยากออกจากบ้านตัวเอง แต่เราก็ไม่อยากให้ทหารต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพื่อที่เขาจะได้ปกป้องผืนแผ่นดิน และแนวชายแดนของเรา ถ้าทหารห่วงหน้าพะวงหลัง ก็จะทำงานไม่สะดวก แต่ถ้าไม่ต้องห่วง จะได้สู้รบปรบมือกับข้าศึกอย่างเต็มที่

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลที่แล้วขณะนี้พ้นหน้าที่ไปแล้ว และรัฐบาลนี้ได้เข้ามาดูแลประชาชน ตอนนั้นตนดูแลตามมีตามเกิดตามน้ำใจที่มีอยู่ ซึ่งประชาชนได้รับความสะดวกสบายพอสมควร มีของจากคนไทยทั่วประเทศหลั่งไหลมาช่วย เราไม่ได้ลำบากอะไรถึงขั้นต้องไปรับของบริจาค แต่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ พอทราบว่าพ่อแม่พี่น้องชาวบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงต้องอพยพไปอยู่ตามศูนย์ประสบภัย ก็เกิดความเป็นห่วงทยอยส่งทั้งของสด ของแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคมาให้ วันนี้สิ่งที่ตนนำมาด้วย คือของที่คนไทยทั่วประเทศไทยตั้งแต่เหนือจดใต้เอามาให้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องทหาร และขอเสียงปรบมือดังๆ ให้กำลังใจกับ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เพราะเราฝากประเทศไทย ฝากดินแดนไทยไว้กับท่าน เราต้องไปกำลังใจให้ท่าน ก่อนนายกฯ ตะโกนว่า “วีระยุทธสู้ๆ” ถึง 3 ครั้ง ทั้งนี้ วีระแปลว่าชนะ วีระยุทธแปลว่ารบชนะ และผมเองนามสกุลชาญวีรกูล มีคำว่าวีระ จึงขอแปลว่าตระกูลที่เชี่ยวชาญแต่ชัยชนะก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นวีระกับวีระอยู่ด้วยกันบุรีรัมย์ ก็ต้องเป็นวีระรัมย์เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างปราศรัยกับชาวบ้าน นายกฯ ได้แนะนำภริยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ พร้อมกับบอกว่า “ผมดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวมีเมียคอยมาคุม”
“มีคุณลุงมาทวงค่าเยียวยา อาทิตย์หน้าก็มาเอาแล้วกัน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนโชว์ตัวหน่อย ถ้าใครไม่ได้ก็ไปเช็นบัญชีกับเขาเอา กระทรวงการคลังได้โอนเงินเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจากการต่อสู้ และจำเป็นต้องอพยพออกไปยังศูนย์อพยพ ครัวเรือนละ 5,000 บาท ย้ำว่าสัปดาห์หน้า เงินจะถึงมือพ่อแม่พี่น้องทุกครัวเรือน ถ้าใครยังไม่ได้ลงทะเบียนให้รีบไปแจ้งกับทางนายอำเภอ หรือแจ้งกับทาง สส. ของท่าน ถ้ายังไม่ได้ก็ให้เขาสำรองไปก่อน ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้แล้วก็อย่าลืมเอาเงินไปคืนเขา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้โชคดีที่ รมว.มหาดไทยกับนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวกัน ทำให้ทำงานได้สะดวก ขอให้ทุกคนสบายใจ และมั่นใจว่าถ้าจากนี้ไปมีเรื่องอะไรที่พ่อแม่พี่น้องมีความสุข พวกเราทุกคนจะเร่งประสานงานเพื่อรับใช้ท่านอย่างเต็มที่ แล้วอย่าลืมว่าภายในเดือนนี้ อย่าลืมไปลงทะเบียนคนละครึ่ง ใช้วันละ 200 บาท เท่ากับพ่อแม่พี่น้องไปใช้จ่าย 200 ซื้อของได้ 400 สิทธิตรงนี้มีไว้ให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพื่อทำให้การจับจ่ายใช้สอยมีความสะดวกยิ่งขึ้น และมีการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ทุกคนชนะกันหมด ไม่ใช่ว่าเอาเงิน 10,000 บาทมาจ่าย บางทีเรามีหนี้ 10,000 บาท เจ้าหนี้ก็มารอตั้งแต่ตู้เอทีเอ็ม และให้ถอนออกมาเลย ดังนั้น เมื่อมีโครงการคนละครึ่งแล้วก็ให้ช่วยกันใช้ ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายชนะกันหมด นี่คือเจตนารมณ์ของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดหนี้อีก 100,000 บาท ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอมาแล้ว เพื่อที่เราจะดูแลคุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้องให้ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องความมั่นคง พวกเราเชื่อมั่นฝีมือฝ่ายทหารอยู่แล้ว เราต้องใจเย็นๆ อย่าไปกดดันกองทัพ คนที่เป็นทหารทราบดีว่าไม่มีทางยินยอมเสียดินแดนเป็นอันขาด เขาไม่มีวันยอม เราจึงต้องให้ความเชื่อมั่นเขา สิ่งที่เราให้กับทหารได้คือความร่วมมือ ส่วนของตนที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะปิดด่านจนกว่าเราจะชนะ ใช่หรือไม่
“ผมอยากได้มือ ไม่อยากได้ตีน เพราะกว่าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ฝ่าดงตีนมาเยอะแล้ว พอแล้ว อยากได้มือมาลูบหัวลูบหน้าให้กำลังใจ เป็นอันว่าเรามีสัญญากัน รัฐบาลจะฟังเสียงพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนมาให้ปิดด่าน รัฐบาลก็จะไม่เปิดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ก่อนที่เราจะทำอะไร เราจะถามพ่อแม่พี่น้องประชาชนขอเป็นฉันทานุมัติ เรื่องความรักชาติตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องให้คนในชาติเป็นผู้ร่วมตัดสินใจ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวถึงการมอบเงินเยียวยาให้ประชาชน ว่า ผู้ที่ได้รับเงินเยียวยาต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทุกครัวเรือนจะต้องได้รับเงินเยียวยาจากผลกระทบ เช่น การอพยพออกจากพื้นที่ ก็มีค่าเยียวยาให้เป็นรายครัวเรือน จำนวน 5,000 บาท ต่อครัวเรือน ทั้งนี้เงินเยียวยาดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มีการขาดช่วงของการจัดสรรงบประมาณ เพราะไม่มีรัฐมนตรีเต็มรูปแบบ ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลของตนได้แถลงนโยบายไปแล้ว กระทรวงมหาดไทยจึงได้เร่งบรรจุเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ฉะนั้นในวันที่ 6 ต.ค. นี้ น่าจะเริ่มทยอยโอนให้กับประชาชนได้ โดยจะโอนผ่านบัญชีธนาคารให้ประชาชนที่ลงทะเบียน.



