ณ ท่าเรือใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ กลุ่มคนงานกำลังสร้างแคปซูลสีเหลืองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการบุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางเลือก ที่เผชิญกับคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความสามารถเชิงพาณิชย์

       อนึ่งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั่วโลก พึ่งพาศูนย์ข้อมูลทางกายภาพ เพื่อจัดเก็บข้อมูล ซึ่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการศูนย์ข้อมูลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

      “การดำเนินงานใต้น้ำมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติ นายหยาง เย่ รองประธานบริษัท ไฮแลนเดอร์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางทะเล ซึ่งพัฒนาแคปซูลของนครเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับบริษัทก่อสร้างของรัฐ กล่าว

       เซิร์ฟเวอร์ใต้ทะเลจะถูกรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับต่ำโดยกระแสน้ำในมหาสมุทร แทนการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือการระเหยของน้ำที่ใช้พลังงานมาก เหมือนอย่างศูนย์ข้อมูลบนบก ซึ่งหยางชี้ให้เห็นว่า ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำสามารถประหยัดพลังงานในการทำความเย็นได้ประมาณ 90%

       แม้เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการทดสอบโดยบริษัท ไมโครซอฟท์ นอกชายฝั่งสกอต แลนด์เมื่อปี 2561 แต่โครงการของจีน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงกลางเดือนนี้ ถือเป็นบริการศูนย์ข้อมูลใต้น้ำเชิงพาณิชย์แรกของโลก โดยจะให้บริการลูกค้าหลายราย เช่น บริษัท ไชน่า เทเลคอม และบริษัทประมวลผลเอไอของรัฐ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันในวงกว้างของรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของศูนย์ข้อมูล

       ขณะที่ นายเส้าเล่ย เหริน จากมหา วิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ ระบุเสริมว่า โครงการลักษณะนี้ในปัจจุบัน มุ่งเน้นการแสดงให้เห็นถึง “ความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี” ซึ่งความท้าทายด้านการก่อสร้าง และข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ต้องได้รับการแก้ไข ก่อนที่ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำจะสามารถนำไปใช้งานในวงกว้างได้

       ทั้งนี้ ไฮแลนเดอร์ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลปักกิ่ง มูลค่า 40 ล้านหยวน (ราว 182 ล้านบาท) สำหรับโครงการที่คล้ายคลึงกันในปี 2565 ที่มณฑลไห่หนาน หรือเกาะไหหลำ ซึ่งยังคงดำเนินการอยู่

       แต่ถึงอย่างนั้น นายโจว จุน วิศวกรโครงการในนครเซี่ยงไฮ้ของไฮแลนเดอร์ กล่าวว่า การสร้างศูนย์ข้อมูลใต้น้ำให้เสร็จสมบูรณ์ มีความท้าทายในการก่อสร้างมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก โดยความท้าทายที่เด่นชัดที่สุด คือ การรักษาสภาพภายในแคปซูลให้แห้ง และปลอดภัยจากการกัดเซาะของน้ำทะเล

 อีกด้านหนึ่ง บรรดานักวิจัยจากมหา วิทยาลัยฟลอริดา และมหาวิทยาลัยการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่น พบว่าศูนย์ข้อมูลใต้น้ำอาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีโดยใช้คลื่นเสียงที่ส่งผ่านน้ำ อีกทั้งผลกระทบด้านความร้อนของศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ
ที่มีต่อแหล่งน้ำโดยรอบ ยังก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

      ไฮแลนเดอร์ ระบุว่า การประเมินอย่างอิสระในปี 2563 สำหรับโครงการทดสอบของบริษัท ใกล้กับเมืองจูไห่ ทางตอนใต้ของจีน บ่งชี้ว่าอุณหภูมิน่านน้ำโดยรอบยังคงต่ำกว่าเกณฑ์อุณหภูมิที่ยอมรับได้ แต่เหรินเตือนว่า การขยายขนาดศูนย์ข้อมูลจะทำให้ความร้อนที่ถูกปล่อยออกมาเพิ่มขึ้นเช่นกัน.