การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกกลุ่ม D นัดที่ 3 วันที่ 9 ต.ค.68 “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อันดับ 101 ของโลก พบ ไต้หวัน อันดับ 173 ของโลก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน
ก่อนคู่นี้ลงสนาม สถานการณ์กลุ่ม D พลิกผัน เมื่อ เติร์กเมนิสถาน ที่ชนะมา 2 เกมรวด บุกแพ้ ศรีลังกา 0-1 ทำให้คะแนนก่อนไทยลงเตะ เติร์กเมนิสถาน กับ ศรีลังกา 3 นัด 6 แต้ม, ไทย 2 นัด 3 แต้ม และไต้หวัน ไม่มีแต้ม
ดังนั้น ถ้าทีมชาติไทย ชนะ ไต้หวัน จะมี 6 แต้ม เท่ากับ “จ่าฝูง” เติร์กเมนิสถาน และ ศรีลังกา ทันที โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม เพื่อคว้าตั๋วใบเดียว เข้ารอบสุดท้ายเปิดกว้างขึ้น
เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย จัด 11 ตัวจริง ไม่มีกองหน้าอาชีพ ส่ง เบนจามิน เดวิส กับ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงสนามพร้อมกัน

รายชื่อ 11 ตัวจริง มีดังนี้ ผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม, เซ็นเตอร์ โจนาธาร เข็มดี, ณัฐพงษ์ สายริยา, แบ๊กขวา นิโคลัส มิคเกลสัน, แบ๊กซ้าย อภิสิทธิ์ โสรฎา, กองกลาง วีระเทพ ป้อมพันธุ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ริมเส้นขวา เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, ริมเส้นซ้าย สุภโชค สารชาติ โดยที่ตัวรุก เบน เดวิส กับ “เจ” ชนาธิป

ครึ่งแรก ไทย ครองเกมมากกว่า เน้นเปิดให้ตัวริมเส้น สลับกันครอสบอลเข้าไป แต่ยังไม่เป็นผล ผ่านไป 34 นาที อิชิอิ แก้เกมทันที ส่ง เสกสรรค์ ราตรี ดาวเตะจากชุด 23 ปี ลงแทน เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ แต่ยังไม่มีประตู จบครึ่งแรก 0-0

ครึ่งหลัง โจนาธาร เข็มดี ที่มีอาการบาดเจ็บต้องออก ส่ง ศฤงคาร พรหมสุภะ ลงมายืนเซ็นเตอร์ ถึงนาทีที่ 48 ไทย มีโอกาสดีที่สุด เบน เดวิส ไขว้ให้ นิโคลัส หลุดเดี่ยว แต่ยิงติด ฮวง ชิว-หลิน โกลไต้หวัน
ถึงนาทีที่ 51 ไทยได้ประตูที่รอคอยจนได้ สุภโชค ล็อกหลอกเข้าขวา หยอดในเขตโทษ “กอล์ฟ” เสกสรรค์ ราตรี ตัวสำรอง โขกเข้าไป ไทยนำ 1-0

นาทีที่ 55 ไทย เกือบได้อีก เสกสรรค์ หยดบอลเข้าไป ฐิติพันธ์ โถมมาโหม่งหลุดกรอบ
ไทยมาได้ประตู 2-0 นาทีที่ 78 จากฟรีคิก ศฤงคาร โหม่งมาเข้าทาง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ วอลเลย์เข้าไปตุงตาข่าย

จบเกมทีมชาติไทยชนะ 2-0 คว้า 3 แต้มสำคัญ
กลุ่มนี้ ผ่าน 3 นัด มี 3 ทีม ที่มี 6 แต้ม คือ เติร์กเมนิสถาน(+2), ศรีลังกา(+2), ไทย(+1) ส่วน ไต้หวัน ไม่มีแต้ม โดยกรณีเมื่อแข่งจบ คะแนนเท่ากัน จะดูเฮดทูเฮดก่อน

เกมต่อไปของทีมชาติไทย วันที่ 14 ต.ค. เยือน ไต้หวัน ที่ ไทเป มูนิซิปัล สเตเดียม เวลาไทย 17.30 น. ส่วนอีกคู่ เติร์กเมนิสถาน เล่นในบ้านพบ ศรีลังกา.




