เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันท์รอง ผบก.ตม.2 พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมและขยายผลคดีสำคัญในสนามบิน สร้างความเชื่อมั่นสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ จำนวน 2 คดี

คดีแรก ตม.สนามบิน ขยายผลจับกุมขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายไปมาเลเซีย

พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันท์รอง ผบก.ตม.2 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลาประมาณ 18.40 น. ฝ่ายสืบสวน ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ได้ทำการจับกุม นายโซอิด (สงวนนามสกุล)อายุ 47 ปี สัญชาติบังกลาเทศ ซึ่งหลบหนีเข้ามาจากประเทศเมียนมา แล้วจะมาขึ้นเครื่องบินเดินทางไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเดินทางต่อไปประเทศมาเลเซียเพื่อไปหาภรรยาซึ่งเป็นคนมาเลเซีย โดยจับกุมได้ที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ฝั่งภายในประเทศ

ต่อมาได้ทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ นายฟิรเดาส์ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5493/2568 ลงวันที่ 22 ก.ย.2568 และนายเอ็ม (นามสมมติ) สัญชาติบังกลาเทศ(ยังอยู่ที่บังกลาเทศ) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5494/2568 ลงวันที่ 22 ก.ย.2568 ในความผิดฐาน “ผู้ใดนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้” และ “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ผู้น่วมขบวนการ

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายฟิรเดาส์ จะทำหน้าที่ประสานงานการข้ามแดน จากฝั่งประเทศเมียนมาเข้าไทย หาที่พักคอย พร้อมทั้งจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนายโซอิด ส่วนนายเอ็ม (นามสมมติ) เป็นนายหน้าประสานงานขอวีซ่าให้กับนายโซอิดฯ เข้าประเทศเมียนมาและประสานงาน กับนายฟิรเดาส์ฯ ในการเดินทางข้ามชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ

ต่อมาได้เข้าจับกุมนายฟิรเดาส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่ห้องพักในอพาร์ทเม้นท์ ภายในซอยรามคำแหง 65 จากการตรวจค้นห้องเช่าพบสัญญาเช่าบ้านหลังหนึ่งภายใน ซ.รามคำแหง 24 ที่นายฟิรเดาส์ ใช้เป็นแหล่งพักพิงคนต่างด้าว ก่อนส่งเดินทาง ล่องใต้ไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนั้นได้นำนายฟิรเดาส์ ค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบนายโจ (สงวนนามสกุล) ชาวเมียนมา อายุประมาณ 40 ปี หลบอยู่ในบ้าน

จากการสอบถามนายฟิรเดาส์ และ นายโจ ให้การรับว่านายโจเป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเดินทางกลับมาจากไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และต้องการจะกลับประเทศเมียนมา โดยจะมีขบวนการนำพามาส่งที่บ้านเช่าหลังนี้เพื่อพักไว้ ก่อนที่จะมีรถมารับไปส่งที่ชายแดน

คดีที่ 2 ตม.สนามบิน ขยายผลจับกุมชาวศรีลังกาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางไปยุโรป

พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันท์รอง ผบก.ตม.2 กล่างว่า คดีนี้เป็นผลงานของ เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 นำโดย พ.ต.ท.หญิง กมลทิพย์ เข็มนาค สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ทำการจับกุม Mr.Sayanthan (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติศรีลังกา ที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมสัญชาติฝรั่งเศส แสดงต่อเจ้าหน้าที่สายการบินที่หน้า Gate เพื่อเดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

จากข้อมูลยังพบชาวศรีลังกามักจะเดินทางอพยพไปทำงานที่ประเทศแถบยุโรปโดยใช้หนังสือเดินทางปลอม เจ้าหน้าที่กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้เฝ้าสืบสวนติดตามมาโดยตลอด และสามารถจับกุมความผิดลักษณะดังกล่าวได้หลายรายแล้ว รวมทั้ง ยังขยายผลจับกุมต่อไปยังขบวนผู้ที่ส่งหนังสือเดินทางปลอมในสนามบิน

จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลผู้ต้องหารายนี้จนทราบว่า ผู้ที่มาส่งหนังสือเดินทางปลอมและ Check in ออก Boarding Pass ให้กับMr.Sayanthan ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ Mr.Jo (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติสวีเดน ซึ่งเป็นลูกครึ่งอิรัก และยังคงพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทางบก.ตม.2 จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ของ Mr.Jo ต่อมาจากการสืบสวนพบว่า Mr.Jo หลบซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยนานา สุขุมวิท จึงไปตรวจสอบและควบคุมตัว และขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมหนังสือเดินทางและใช้หนังสือเดินทางปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ระบุว่าสำหรับขบวนการปลอมหนังสือเดินทาง เป็นการกระทำผิดไม่ใช่แต่ในประเทศไทย แต่เกินในหลายประเทศ ซึ่งมีวิวัฒนาการในการปลอมและใช้มาตลอด ซึ่งอยู่ที่ว่าที่ไหนมีความใส่ใจก็จะมีการจับกุมและหยุดยั้งในการก่อเหตุได้ ซึ่งทางสตม. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหลายๆประเทศเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนจับกุม

ส่วนเหตุผลที่มีการนำหนังสือเดินทางปลอมมาใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 นั้น อาจจะเป็นเพราะประเทศไทยมีเที่ยวบินสูงกว่า ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มีการนำหนังสือเดินทางมาใช้ แต่มีทุกประเทศ ซึ่งในมาตรการการตรวจหนังสือเดินทางของสตม. ได้รับการสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ IOM ในการสนับสนุนองค์ความรู้ในการตรวจหนังสือเดินทาง สนับสนุนเครืีองตรวจหนังสือเดินทางปลอม และในทุกๆไตรมาสได้มีการส่งข้อมูลให้กับทาง IOM ในการผลิตเอกสารข่าวเพื่อให้ทราบว่าใชช่วงดังกล่าวมีการปลอมหนังสือเดินทางอย่างไรบ้าง สิ่งนร้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง สตม.ไทย กับองค์การระหว่างประเทศ ที่จะอัพเดทสถานะการ ซึ่งการปลอมเอกสารเดินทางไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของประเทศไทย แต่เป็นปัญหาระกับโลกที่ ทุกประเทศจะต้องเฝ้าระวังและจับกุม.