เมื่อวันที่ 10 ต.ค. กลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชน “ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด” จ.นครราชสีมา จัดกิจกรรม “บล็อกก่อนบ้านบึ้ม ครั้งที่ 3” โดยได้เคลื่อนขบวนไปยัง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบเส้นทางการลงทุนและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องระหว่าง บางจาก กับ บริษัทเอกชนที่ประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ โดยกิจกรรมประกอบด้วยการแสดงละครสั้นเชิงสัญลักษณ์เรื่อง “บางจากฯ เปลี่ยนไป๋ เปิดแผนลับลวงพราง บึ้มดีลลับฮุบพลังงานไทย” สะท้อนเส้นทางการลงทุนของทุนต่างชาติที่แฝงตัวอยู่ในบริษัทพลังงานรายใหญ่ของไทยพร้อมการปราศรัยของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ถึงผลกระทบจากเหมืองโปแตช รวมถึงตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการถือหุ้นและเส้นทางการเงินของบางจาก

นางจงดี มินขุนมด นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวว่า วันนี้พี่น้องชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไขผลกระทบจากเหมืองโปแตช แต่กลับพบว่าบางจากในฐานะบริษัทพลังงานของรัฐวิสาหกิจเดิม กลับถือหุ้นใหญ่ถึง 65% ในบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการเหมืองโปแตชในพื้นที่บางจากถือหุ้นใหญ่ในบริษัทที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน นี่ขัดกับภาพลักษณ์ของธุรกิจสีเขียวที่เขาเคยประกาศไว้ธุรกิจสีเขียวของคุณกำลังกลายเป็นสีแดง สีของอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม เพราะเหมืองโปแตชทำลายสายน้ำ ทำลายพื้นดิน และทำลายวิถีชีวิตของเรา
นางจงดี กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาทางกลุ่มจะยื่นเรื่องผ่านคณะกรรมาธิการของรัฐสภามาหลายครั้งเพื่อให้บางจากชี้แจง แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจน เราถามมาตลอดว่า บางจากรู้หรือไม่ว่าเหมืองแร่สร้างผลกระทบอย่างไร และก่อนเข้าถือหุ้นใหญ่ 65% เคยลงมาสำรวจในพื้นที่บ้างหรือไม่ ถ้ารู้แล้วก็แปลว่าบางจากจงใจหลอกประชาชน ถ้าไม่รู้ก็แปลว่าบางจากละเลยต่อหลักธรรมาภิบาลที่ตัวเองประกาศไว้

ด้าน น.ส.ปรานม สมวงศ์ จาก Protection International Thailand (PI) กล่าวว่า การตรวจสอบบริษัทพลังงานและตลาดทุนต้องไม่ถูกทำให้เป็นอาชญากรรมผู้ที่แสวงหาความจริง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด นักข่าว นักวิชาการ หรือแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กำลังทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ พวกเขาต้องไม่ถูกฟ้องปิดปากหรือคุกคาม การตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทใหญ่เป็นสิทธิของประชาชนตามหลักการสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และถือเป็นหัวใจของความรับผิดชอบต่อสังคม วันนี้ต้องขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มาสังเกตการณ์การให้ข้อมูลสาธารณะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาอำนวยความสะดวก เราหวังว่าจะไม่มีการฟ้องปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคน
จากนั้นกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ติดตามความคืบหน้าในการตรวจสอบการถือหุ้นของบางจากในบริษัทเอกชนเหมืองแร่โปแตซ



