สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่ากระทรวงพาณิขย์จีนออกแถลงการณ์ ว่าสหรัฐเดินหน้าเพิ่มมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจกับจีน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่มาตรการภาษีครั้งใหม่ของรัฐบาลวอชิงตัน ที่จะมีผลกับจีนเพียงประเทศเดียวนั้น “เป็นเรื่องสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด”


การดำเนินการดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของจีน และบ่อนทำลายบรรยากาศของการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ อีกทั้งไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องของความร่วมมือกับจีน


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศการขึ้นภาษีเพิ่มเติมกับจีนในอัตรา 100% ทบต้นจากอัตราปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้ เพื่อตอบโต้ “ความก้าวร้าวอย่างยิ่ง” และ “การทำตัวเป็นศัตรู” ของรัฐบาลปักกิ่ง


ทรัมป์กล่าวด้วยว่า “ไม่เข้าใจ” ว่าเพราะเหตุใดจีนจึงยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก “อีกครั้งในตอนนี้” ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในอีกประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้า ที่เกาหลีใต้ ว่าเขาไม่ได้ยกเลิกการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แต่ “ตอนนี้ไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น”.

เครดิตภาพ : AFP