สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน และธนาคารกลางแห่งสวีเดน ร่วมกันประกาศผลผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้ ให้แก่ ศ.โจเอล โมเคียร์ ชาวอเมริกัน-อิสราเอล “สำหรับการระบุปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวการเติบโตอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี”


ขณะเดียวกัน รางวัลอีกครึ่งหนึ่งร่วมกันมอบให้แก่ ศ.ฟิลิป อากีออง ชาวฝรั่งเศส และ ศ.ปีเตอร์ โฮวิตต์ ชาวแคนาดา “สำหรับทฤษฎีการเติบโตอย่างยั่งยืนเศรษฐกิจ ผ่านการทำลายอย่างสร้างสรรค์” ซึ่งหมายถึง นวัตกรรมใหม่เข้ามาแทนที่สิ่งเก่า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเติบโตในระบบเศรษฐกิจ


แถลงการณ์ของคณะกรรมการโนเบลระบุว่า ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ของผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคน “สามารถอธิบายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ภาวะเศรษฐกิจซบเซาเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตลอดช่วงประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของมนุษยชาติ ทฤษฎีดังกล่าวกระตุ้นให้มนุษย์ต้องตระหนักและตอบโต้ภัยคุกคามต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถมาจากการปล่อยให้บริษัทจำนวนน้อยครองตลาด


ข้อจำกัดด้านเสรีภาพทางวิชาการ การขยายความรู้ในระดับภูมิภาคแทนที่จะเป็นระดับโลก และการถูกขัดขวางจากกลุ่มที่อาจเสียเปรียบ หากไม่ตอบสนองต่อภัยคุกคามเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ กลไกที่มอบการเติบโตอย่างยั่งยืน นั่นคือ “การทำลายอย่างสร้างสรรค์” อาจหยุดทำงาน และมนุษย์ต้องกลับมาอยู่กับภาวะซบเซาอีกครั้ง


ผู้ชี่ยวชาญทั้งสามคน จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เหรียญรางวัลโนเบล และเงินรางวัล 11 ล้านโครนาสวีเดน (ราว 37.82 ล้านบาท) โดย ศ.โมเคียร์ รับครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งแบ่งกันระหว่าง ศ.อากีออง กับ ศ.โฮวิตต์

สำหรับพิธีรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ จะมีขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. นี้ ที่กรุงสตอกโฮล์ม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเสียชีวิตของ นายอัลเฟรด โนเบล.

เครดิตภาพ : AFP