กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาวันที่ 15 ตุลาคม ระบุว่า ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์  ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,673 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำ 24.28 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.42 ม.) สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,300 ลบ.ม./วินาที  ระดับน้ำเหนือเขื่อน 16.15 ม. ระดับน้ำท้ายเขื่อน 15.47 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 87 ซม.)

บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด  พื้นที่นอกคั้นกันน้ำบริเวณด้านท้ายเขื่อนที่ได้รับผลกระทบ คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง   วัดไชโย จังหวัดอ่างทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย   วัดสิงห์  อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี  อำเภอเมืองสิงห์บุรี อำเภอพรหมบุรี  จังหวัดสิงห์บุรี วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี ตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 839 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 87% ของความจุอ่างฯ  ระบายน้ำในอัตรา 150 ลบ.ม./วินาที เริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบายวันละ 50 ลบ.ม./วินาที เป็น 200 ลบ.ม./วินาที ภายในวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.68) ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและติดตามข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

น้ำเขื่อนพระราม6 อ.ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำในอัตรา 186 ลบ.ม./วินาที  บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนพระราม6 ด้วยการระบายน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและช่วยลดผลกระทบด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด

ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและติดตามข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป