เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 ต.ค. ที่ด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งได้มีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพมหานคร แดงดอนเมือง และเสื้อแดงจาก จ.ปทุมธานี นนทบุรี หนองคาย ชลบุรี สมุทรปราการ ศรีสะเกษ เป็นต้น รวมตัวทำกิจกรรมด้านหน้าเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันถูกคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บังคับโทษ 1 ปี โดยปัจจุบันนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม นานกว่า 1 เดือน 9 วัน โดยมีกำหนดการกิจกรรมทานข้าวเย็นหน้าเรือนจำ นำโดยกลุ่ม พปศ. หรือกลุ่มเพื่อชาติเพื่อประชาธิปไตยและคนที่เรารักและศรัทธา ซึ่งจะมีการรับประทานอาหารเย็นในเวลา 15.00 น. เมนูชื่อต้มแซ่บเขากระโดง ต้มโคล้งฮั้ว สว. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมปราศรัยขนาดเล็ก ดังนี้ เวลา 12.00-13.00 น. นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำทีมเสวนากับคนเสื้อแดง ส่วนเวลา 13.00 น. จะเป็นการแถลงการณ์ของคณะจัดกิจกรรม และต่อด้วยแกนนำมวลชนที่มาร่วมกิจกรรม เวลา 14.00 น. เป็นเวทีเสวนาถึงนโยบายสมัยพรรคไทยรักไทย นำโดย นายอรรถชัย อนันตเมฆ (โด่ง) และนายวรชัย เหมะ และแกนนำมวลชนอีกหลายคน ส่วนเวลา 15.00 น. เป็นกิจกรรมของการรับประทานอาหารเย็นหน้าเรือนจำ ในหัวข้อ ต้มแซ่บเขากระโดง ต้มโคล้งฮั้ว สว. เวลาประมาณ 15.45 น. เวทีเปิดให้นักร้องคนเสื้อแดงและนักร้องที่ต้องการที่จะมาร้องเพลงให้ประชาชนฟังมาร่วมกิจกรรมกัน

โดยนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดอ่อนของนายทักษิณ ชินวัตร คือการเสแสร้งไม่เป็น เพราะสังคมจริง ๆ นั้นต้องเสแสร้ง อีกทั้งนายทักษิณ ก็ไม่เคยเอาชนะใจคนเห็นแก่ตัวได้ ที่ผ่านมานายทักษิณ โดนตบตีกระทืบ กระอักเลือดแล้วกระอักเลือดอีก พรรคเปลี่ยนมา 3 พรรค รัฐประหารมาสองหน ท่านยังทำใจอยู่ได้ ท่านบอกว่าหน้าที่ของผู้นำคือการตบตัวเองเพื่อให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม จึงจะเป็นเสาหลักให้คนอื่นได้

ด้าน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า มีคนเคยปรามาสว่าตนเป็นนักการเมืองไม่ได้ เพราะกะล่อนไม่เป็น อย่างไรก็ดี ตนเคยอยู่ในพรรคไทยรักไทย จนมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อรับใช้ประชาชน เราไม่ได้มาหาผลประโยชน์ ดังนั้น ต่อไปขอให้คิดใหม่ ถ้าคุณจะมาพรรคเพื่อไทย ต้องคิดว่าจะให้อะไรกับพี่น้องคนไทย มาให้อะไรกับประชาชน มาทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติ จึงขอย้ำว่า ถ้าจะมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็ต้องคิดว่ามาเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน อย่าคิดว่ามาแล้วได้อะไร ถ้าคิดแบบนี้อย่ามาเลย

ขณะที่ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้เรามาให้กำลังใจท่านอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร สิ่งหนึ่งที่ตนรู้สึกคือประเทศไทยยังจมปลักอยู่แบบนี้มานาน หากได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 2475 สูตรสำเร็จของระบอบการปกครองประชาธิปไตยนั้น ไม่เคยสมบูรณ์เลย เพราะจำนวนการปฏิวัติรัฐประหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยที่ปกครองเสียอีก กรณีที่ตนพูดเช่นนี้ เพราะวันนี้ผู้นำหลายท่านที่เคยคุยส่วนตัวกับตน นอกจากจะมาให้กำลังใจนายทักษิณแล้ว เราก็ยังมายืนยัน นั่งยัน นอนยัน เพื่ออยากได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมันกินได้จริง ๆ และหากท่านจำได้ เราเคยเป็นเสือตัวที่ 5 แต่เพราะวาทกรรม “โง่ จน เจ็บ” ของโองการแช่งน้ำที่เขียนไว้หลายร้อยปี จะรัฐบาลใด ผู้บริหารคนใดที่ขึ้นมาแล้วแก้ปัญหาความจน ความเจ็บ และความโง่ ก็มักอยู่ไม่ได้ ตนแม้จะเรียนน้อยแต่ก็พูดจากใจ นอกจากนี้ ปัญหาการศึกษาของประเทศไทย สมัยที่ตนเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายว่าอยากให้เด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-3 มีแท็บเล็ต (Tablet) และมีการเขียนโปรแกรมเป็นพื้นฐานในยุค Ai เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่วันนี้มันเดินไปถึงไหนแล้ว คงต้องบอกว่า โครงการของนายทักษิณ คือ การเน้นแก้คนเจ็บ แต่คนเจ็บอยู่ได้ แต่ท่านทักษิณอยู่ไม่ได้ กลับไปอยู่ในเรือนจำ และก็เพราะโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มันไปกระตุกหางเสือ ทั้งนี้ สำหรับตนแล้ว วีรบุรุษประชาธิปไตย หรือ The Democracy Hero คือ ทักษิณ ชินวัตร

ส่วน นายปิยะพงษ์ เหมะ (ต๋อง) ลูกชายนายวรชัย เหมะ ได้กล่าวฝากเนื้อฝากตัวกับพี่น้องคนเสื้อแดง โดยระบุว่า ตนจบการศึกษาจากปริญญาตรีคณะบริหาร และขอให้พรรคเพื่อไทย ช่วยสนับสนุนตนด้วย ในการประสงค์ลงสมัครเป็นผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ

ต่อมาเวลา 15.00 น. มวลชนคนเสื้อแดง ได้ร่วมกันรับประทานอาหารเย็นด้านหน้าเรือนจำ เป็นเมนูต้มแซ่บเขากระโดง ต้มโคล้งฮั้ว สว. พร้อมบรรยายว่า “ต้มแซ่บเขากระโดง” ใช้ซี่โครงหมูเป็นวัตถุดิบหลัก มีสภาพเหลือแต่ซากเขา ซากโครง คล้ายคดีที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ส่วน “ต้มโคล้งฮั้ว สว.” ใช้ปลาสวายเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่ง “สว.” ไม่ได้ย่อมาจากคำว่าสมาชิกวุฒิสภา แต่ย่อมาจากปลาสวาย ซึ่งเมนูนี้มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้าน ต้องทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อีกทั้งปลาสวาย ก็มีสีน้ำเงิน แต่พอลงหม้อต้มไปแล้วกลับสีเปลี่ยนเป็นสีดำ ทั้งยังมี “ไข่เจียวคอลเซ็นเตอร์” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า คนเสื้อแดงจะยังคงมีนัดรวมตัวทำกิจกรรมเช่นเดิม.