ทำเอาโลกออนไลน์ต่างปั่นป่วนพร้อมสงสัยถึงข้อเท็จจริงไปตามๆ กัน ภายหลังจากที่ปรากฏข่าวลืออ้างว่า “นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยรายชื่อ นักการเมืองไทย 7 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและสนับสนุนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศกัมพูชา” แต่ข้อเท็จจริงถึงการอ้างดังกล่าวเป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ..

จุดชนวนรายชื่อ 7 นักการเมือง

ประเด็นร้อนดังกล่าวถูกจุดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 โดยแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง “ท่านเปา” ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองไทยกับอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา

ข้อกล่าวหาสำคัญคือ การอ้างว่านายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ได้เปิดเผยรายชื่อนักการเมืองไทยจำนวน 7 คน ที่มีส่วนพัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา โดยระบุว่ากลุ่มนักการเมืองเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมนี้ ข่าวลือดังกล่าวยังเพิ่มความคาดหวังให้กับสาธารณชนด้วยการระบุว่า “ตอนนี้รายชื่อทั้งหมดอยู่ในมือนักข่าวแล้ว”

ความจริงจังของปัญหาอาชญากรรมในกัมพูชา

แต่ที่สำคัญ ที่ทำให้ข่าวลือนี้ได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้น เนื่องจากนานาชาติต่างแสดงท่าทีต่อปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา จนทำให้ประชาชนต่างเอนเอียงเชื่อว่าข่าวลือดังกล่าวเป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็น..
“สหรัฐอเมริกา” ได้มีการยื่นฟ้องและดำเนินการยึดทรัพย์นักธุรกิจรายใหญ่ในกัมพูชาที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ
“เกาหลีใต้” รัฐบาลได้ดำเนินการเชิงรุกอย่างจริงจัง หลังจากพบว่ามีพลเมืองของตนเสียชีวิตจากฝีมือของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ล่าสุดได้มีการส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับพลเมืองเกาหลีใต้ 64 รายกลับประเทศ และประกาศให้กัมพูชาเป็น “พื้นที่อันตราย” ห้ามพลเมืองเดินทางไป

ข่าวปลอมที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

ขณะที่ข่าวลือแพร่สะพัด “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยชี้ชัดว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข่าวเท็จ” โดยเขาวิเคราะห์ว่า ผู้ปล่อยข่าวคืออดีตศิลปินแห่งชาติที่สนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกกันว่า “สามนิ้ว” ซึ่งมีจุดยืนในการแก้ไขหรือล้มล้างมาตรา 112 โดยเชื่อว่าการสร้างข่าวปลอมนี้มีเจตนาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเป้าหมายทางการเมืองของตนเอง โดยการแอบอ้างชื่อบุคคลที่น่าเชื่อถืออย่างนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเจตนาทางการเมืองที่ “เลวร้ายมาก” และระบุว่าควรมีการดำเนินคดีกับผู้ปล่อยข่าวเท็จที่กระทบต่อความมั่นคง

“สถานทูตเกาหลีใต้” แถลงยุติทุกข้อสงสัยอย่างเป็นทางการ

ข้อถกเถียงและสถานการณ์ความไม่แน่นอนทั้งหมดได้ข้อยุติลง เมื่อ “สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย” ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านเพจเฟซบุ๊กของสถานทูตฯ เพื่อชี้แจงประเด็นดังกล่าว

คำชี้แจงของสถานทูตฯ ระบุอย่างชัดเจนว่า รายงานข่าวที่อ้างว่า “นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เปิดเผยถึง นักการเมืองไทย 7 คนที่พัวพันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา” นั้น “ไม่เป็นความจริง” การแถลงการณ์นี้เป็นการปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่ชัดเจนที่สุด..