เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี และเข้ามาทำงานประกอบอาชีพแข่งขันกับคนไทยไม่ถูกกฎหมายในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การประกอบธุรกิจร้านให้เช่ารถ ธุรกิจบริการนำเที่ยว และร้านตัดผม ตามแหล่งท่องเที่ยวและย่านการค้าสำคัญ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่
ทั้งนี้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างชาติ กรมการจัดหางาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างชาติที่แย่งอาชีพคนไทย รวมถึงแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างเข้มงวด ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย เมืองพัทยา ซึ่งมีแรงงานต่างชาติทำงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของแรงงานต่างชาติเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ให้กระทบต่อโอกาสการมีงานทำของคนไทย
อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ต้องมีเอกสารประจำตัวบุคคลและใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง และต้องทำงานตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ มี 40 งาน คนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนทำงานต้องห้ามจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000–50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง ห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ ส่วนนายจ้างหรือสถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000–100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000–200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี
สำหรับประชาชน หากพบเห็นแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0-2354-1729 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ พื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน.



