เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  ให้สัมภาษณ์กรณีการลงนามเอ็มโอยูแรร์เอิร์ธ กับสหรัฐอเมริกา ที่ประชาชนอยากทราบความชัดเจน ว่า เป็นการลงนามว่าถ้าในอนาคตวันหนึ่งเกิดมีแร่อะไรในประเทศไทยขึ้นมาแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยเราก็อาจมีการศึกษาร่วมกัน และแสวงหาความร่วมมือร่วมกันกับสหรัฐ ในกรณีที่เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่าและมีช่องทางการตลาดที่มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเซ็นกับเขาฝ่ายเดียว และไม่ใช่เป็นเรื่องการให้สัมปทานเราถึงเซ็นเอ็มโอยู ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการให้สัมปทานรายเดียว และไม่มีผลผูกพันใดๆ ทางกฎหมาย ถ้าเราดูแล้ววันนั้นประเทศไทยทำได้เอง มีช่องทางการตลาดเอง หรือมีช่องทางในการนำเทคโนโลยีมาทำได้เอง เราก็ยกเลิกเอ็มโอยูมาทำเอง 

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทำไมไม่เปิดเผยก่อนการลงนาม นายกฯ กล่าวว่า เขาดำเนินการโดยผ่านการพูดคุยกันและทำความตกลงกันซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ เขาก็บอกว่าโอเคถ้าเราแสดงท่าทีที่เป็นมิตรมันก็จะได้ประโยชน์ต่อการขอความร่วมมือต่างๆ จากสหรัฐ ยิ่งตอนนี้มีหลายเรื่องที่เราเจรจากับเขาอยู่ ถ้าเรามีท่าทีที่เป็นมิตรแล้วประเทศไทยไม่ได้เสียเปรียบก็อาจทำให้การเจรจาเรื่องการค้า เรื่องภาษีหรือเรื่องอื่นๆ ก็จะเป็นผลบวก 

เมื่อถามต่อว่ามีบางฝ่ายมองว่ารัฐบาลลักไก่ไปลงนาม นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีลักไก่ ถ้าลักไก่จะผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อย่างไร  เมื่อถามอีกว่าการลงนามครั้งนี้ถูกกดดันจากสหรัฐหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีการกดดันใดๆ และไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อการรักษาสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ เจอกับจีนก็อธิบายให้เขาฟัง 

เมื่อถามย้ำว่ามีสื่อบางสำนักออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการลงนามครั้งนี้แลกกับการซื้อเครื่องบิน 80 ลำ นายอนุทิน กล่าวว่า “โอ้ คงไม่ทันสมัยผมมั้ง ผมทำไมต้องทำเช่นนั้น ถ้าซื้อเครื่องบิน 80 ลำ ทำไมต้องไปเซ็นให้เขา เราเป็นผู้ซื้อ อันนี้มันเป็นเรื่องการแสดงท่าทีอันเป็นมิตรต่อกัน”