เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.ตร.) และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงผลการเปิด “ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นทั่วประเทศ” ครั้งใหญ่ ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่มุ่งเร่งรัดกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดให้สิ้นซากจากสังคมไทย
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจปราบปรามยาเสพติด บช.น., ตำรวจภูธรภาค 1–9 และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั่วประเทศ รวมปิดล้อมตรวจค้นกว่า 9,031 จุด ครอบคลุมเป้าหมาย 1,730 เครือข่าย สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดได้ 17,071 ราย ผู้ต้องหาตามหมายจับ 652 หมาย รวมทั้งสิ้น 17,261 คน ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย ยาบ้า 96.73 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,715 กิโลกรัม, คีตามีน 740 กิโลกรัม, เฮโรอีน 95 กิโลกรัม, ยาอี 100,650 เม็ด, อาวุธปืน 607 กระบอก, ระเบิด 7 ลูก, เงินสด 9.33 ล้านบาท และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดอีกกว่า 343 ล้านบาท
โดยภายในงานมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ช่วยราชการ บช.น.), พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังรายงานผลการปฏิบัติแบบเรียลไทม์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “ยุทธการรุกเชิงลึก” ที่มุ่งขุดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติดในทุกมิติ ทั้งการตรวจค้นแหล่งพักยา แหล่งแพร่ระบาด และการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อ “ตัดเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติด” โดยเน้นย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้จบเพียงวันเดียว แต่จะเดินหน้าต่อเนื่อง
“ตำรวจทุกนายทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม วันนี้คือหลักฐานของความร่วมมือที่แท้จริงระหว่างทุกหน่วย เราจะไม่หยุด ทั้งการจับกุม ยึดทรัพย์ และขยายผล จนกว่าจะถอนรากขบวนการค้ายาเสพติดให้สิ้นซากจากแผ่นดินไทย”พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ศอ.ปส.ตร. ได้ระดมปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดจากแนวชายแดนหลายคดี สามารถจับกุมขบวนการลำเลียงก่อนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้หลายราย รวมทั้งตรวจค้นจุดพักยาและแหล่งพักเก็บที่ยังไม่กระจายสู่ชุมชนจำนวนมาก สำหรับปฏิบัติการวันนี้ ได้ระดมทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นผู้จำหน่ายรายย่อยในชุมชน หมู่บ้าน และตำบลต่าง ๆ เพื่อ “ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดไหลลงสู่พี่น้องประชาชน” โดยตั้งเป้าหมายเบื้องต้นไว้ 3,223 จุด ก่อนจะขยายผลเพิ่มเป็น 3,333 จุด
จากข้อมูลเรียลไทม์ พร้อมรายงานผลเบื้องต้นว่าสามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 102 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา ได้ดำเนิน “ปฏิบัติการระดมปิดล้อมตรวจค้นทั่วประเทศ” ไปแล้วถึง 11 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,000 จุด จับกุมผู้ต้องหาเกือบ 90,000 คน และอายัดทรัพย์สินรวมกว่า 6,200 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2569 ศอ.ปส.ตร. ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งแรกแล้ว และจะเพิ่มความถี่การตรวจค้นเป็น เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเร่งตัดวงจรเครือข่ายค้ายาในชุมชน พร้อมกำชับทุกหน่วยปฏิบัติการให้เข้มข้นทั้งการจับกุม ยึดทรัพย์ และขยายผลถึงตัวการระดับบน
ทั้งนี้ การกวาดล้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกดดันเชิงพื้นที่ แต่เป็นการ “ตัดเส้นเลือดของขบวนการ” ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม เป้าหมายสูงสุดคือ “ทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างแท้จริง”
ขณะเดียวกัน ผบ.ตร. กล่าวปิดท้ายว่า ขอขอบคุณตำรวจทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติการอย่างทุ่มเท เสียสละเวลาและความปลอดภัย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมฝากถึงประชาชนให้ร่วมมือแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่าน สายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อช่วยกันปกป้องลูกหลานให้พ้นจาก “ยานรก” และสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน.



