เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน พนักงานอัยการสำนักงานอาญาตลิ่งชัน 2 ได้นำตัว นายมงคล มายื่นฟ้องต่อศาล ความผิด โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง, สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน สำนักงานอัยการสูงสุดโดยไม่มีสิทธิ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ

คำฟ้องสรุปว่า จำเลยได้ทราบระเบียบคณะกรรมการอัยการดังกล่าว โดยจำเลยไม่ได้เป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 66 จำเลยสวมเครื่องแบบข้าราชการอัยการ แบบพิธีการเครื่องแบบปกติขาว โดยประดับเครื่องหมายอินทรธนูมีลายปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ 9 ช่อ มีรูปพระไพศรพณ์ทำด้วยโลหะสีทองประทับอยู่บนอินทรธนู ซึ่งเป็นเครื่องแบบพิธีการข้าราชการอัยการ ตั้งแต่ตำแหน่งอัยการประจำกองหรืออัยการจังหวัดผู้ช่วยขึ้นไป และประดับใช้เครื่องหมายแสดงสังกัดรูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น สุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์อันเป็นเครื่องแบบอัยการ ของสำนักงานอัยการ สูงสุดตามโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีสิทธิสวมเครื่องแบบและประดับใช้เครื่องหมาย เพื่อให้พระสงฆ์ และบุคคลอื่นผู้ร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ที่วัดใหม่ปิ่นเกลียว ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เชื่อว่าตนมีสิทธิสวมเครื่องแบบอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

จับคาเครื่องแบบ! รวบ ‘อัยการปลอม’ สร้างตัวตนโลกโซเชียลโจ่งครึ่ม

จำเลยได้นำภาพถ่ายซึ่งสวมเครื่องแบบอัยการซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในระบบอินเทอร์เน็ต ผ่านทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นเครือข่ายการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลทางระบบคอมพิวเตอร์ โดยตั้งค่าให้สมาชิกที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของจำเลยเข้าถึงได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นภาพถ่ายเข้าใจผิดว่าจำเลยเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ และมีสิทธิสวมเครื่องแบบและประดับใช้เครื่องหมาย โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากนี้จำเลยยังกระทำความผิดอีกหลายกรรม อาทิ

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.66 จำเลยนำเข้าภาพถ่ายของจำเลยติดบนบัตร พล.ปตอ.เลขบัตรที่ 01 ซึ่งสวมเครื่องแบบอัยการ แบบพิธีการเครื่องแบบปกติขาว และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.66 จำเลยสวมเครื่องแบบอัยการเครื่องแบบปกติขาวเพื่อให้บุคคลอื่นผู้ร่วมงานศพวัดโสมนัสราชวรวิหาร เชื่อว่ามีสิทธิสวมเครื่องแบบอัยการ และยังนำเข้าภาพถ่ายโพสต์ทางเฟซบุ๊ก

วันที่ 13 ต.ค.66 จำเลยสวมเครื่องแบบอัยการ เพื่อให้พระสงฆ์และบุคคลอื่นผู้ร่วมงานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ต.ค.2566 บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ และโพสต์เฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.66 จำเลยได้สวมเครื่องแบบอัยการเพื่อให้รองประธานศาลอุทธรณ์ และบุคคลอื่นผู้ร่วมงานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดมหาพฤฒาราม ซึ่งศาลอุทธรณ์เป็นเจ้าภาพ เชื่อว่ามีสิทธิสวมเครื่องแบบอัยการ และนำโพสต์ลงเฟซบุ๊กและจำเลยยังมีการกระทำลักษณะนี้อีกหลายครั้ง

ต่อมาวันที่ 25 ก.ค. 68 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ตามหมายจับนำตัวส่งพนักงานสอบสวน และยึดของกลางไว้ทำการสอบสวน ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาล หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลพินิจศาล ศาลประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ 2720/2568

โดยในชั้นพิจารณาจำเลยไม่ให้การ โดยอ้างว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยอยู่ในสังกัดของทหาร คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลทหาร

ศาลนัดไต่สวนคำร้องเขตอำนาจศาลในวันที่ 4 พ.ย. เวลา 09.00 น.

ภายหลังจำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขออนุญาตปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 15,000 บาท

ภายหลังได้รับการประกันตัว นายมงคลปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และเดินออกไปพร้อมระบุสั้นๆ ว่า จะสู้ตามกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายมงคลยังมีคดีที่ก่อการในลักษณะเดียวกันอีก 2 สำนวน ในพื้นที่ สน.ปากเกร็ด และสน.สำราญราษฎร์