เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนาม MOU เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่า เรื่องการทำ MOU  ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่การทำ MOU ที่เป็นแค่พิธีการ ซึ่งพิธีการเหล่านี้จะมีความหมายหรือไม่ก็อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่จริงๆ แต่ถ้าไม่มีการปฏิบัติหน้าที่จริงๆ แล้วไปเอาในเรื่องของการสอบสวน ในเรื่องของเส้นเงินต่างๆ มา เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลต่างๆ ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย ในการที่จะปราบปรามสแกมเมอร์ การลงนาม MOU เพียงแค่มารวมพลังกันนี้ ตนคิดว่ามันยังไม่เห็นผลในการปฏิบัติ อาจจะมีดีอยู่บ้าง ที่อาจจะได้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน มันก็ได้แค่นี้

“สิ่งที่สังคมคาดหวัง คือการได้ผลลัพธ์ที่ดี คือการจัดการกับพวกทุนสีเทา และนับตั้งแต่เรื่องนี้ที่มีการตรวจสอบคนในรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง เราก็มักจะเห็นข่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเจ้าหน้าที่ไปจับกุมเว็บนั้น ทลายเว็บนี้ ซึ่งจริงๆ เราก็ยังไม่รู้ ว่าจะนำไปสู่การจัดการตัวคีย์แมนจริงๆ อย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็มีข้อมูลอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตัวคีย์แมนระดับโลก อย่างปรินซ์ กรุ๊ป ก็ยังไม่มีความคืบหน้าตรงนี้เลย หรือก๊ก อาน ที่บอกว่าออกหมายจับ ก็ต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการดำเนินการอย่างไร หรือนายลี ยงพัด ที่บอกว่ามีการยึดทรัพย์ ก็น้อยมาก แม้กระทั่งนายเบน สมิธ เอาอย่างไร ยิม เลียก เอาอย่างไร นี่คือสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็นในส่วนนี้ และมากไปกว่านั้นความเชื่อมั่นที่รัฐบาลจะต้องมอบให้ประชาชนคือการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากรองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ายังอุ้มกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ คิดว่ารัฐบาลนี้ยากที่จะมีความเชื่อมั่นได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีระบุว่า การปลด ร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวอะไรกับการปราบสแกมเมอร์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าร.อ.ธรรมนัส เป็นหนึ่งในคนที่ถูกสังคมและกมธ.สงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ซึ่งตนเชื่อว่านายกฯ มีทักษะภาษาอังกฤษ ผู้ช่วยคนไหนก็ได้ ไปเปิดดู ร่างกฎหมายสภาคองเกรส ที่เขาเสนอกันได้ระบุชื่อใครบ้าง หนึ่งในนั้นคือนายเบน สมิธ ถามว่าถึงขนาดนี้จะไม่ให้เราสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับนายเบน สมิธ ได้อย่างไร ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสก็เป็นคนพูดเองว่ารู้จัก ถ้าจนถึงตอนนี้เรายังไม่เห็นผลประโยชน์ที่มันทับซ้อนกันและกัน ถ้านายกฯ ไม่สงสัย ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ดังนั้นเราเห็นรูปแบบถึงการพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างนายเบน สมิธ กับร.อ.ธรรมนัส และร.อ.ธรรมนัสคือคนที่ทั้งโลกสงสัยอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ถ้านายกฯ จะมาอุ้มชู ร.อ.ธรรมนัส แบบนี้ตนรับไม่ได้ เรื่องนี้น่าผิดหวัง ถ้าจะมาปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส กันแบบนี้ และตนก็อยากให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ช่วยบอกนายกฯ ว่า ตกลงใครเป็นโจร ช่วยไปชี้ให้หน่อย เพราะนายชาดารู้ดีว่าใครเป็นใคร