ฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่น หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว” เป็นการแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี และไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์กีฬาธรรมดา แต่มันคือ “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่สร้างกันมารุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นการแข่งขันบอลเด็กที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจ และสร้างยอดนักเตะขึ้นสู่ทีมชาติญี่ปุ่นมาแล้วมากมาย

นี่คือเบื้องหน้า-เบื้องหลัง และการถอดรหัสความสำเร็จของฟุตบอลรายการนี้ ไปดูกันว่าเพราะอะไร และเขาทำกันอย่างไรถึงได้ยิ่งใหญ่ยืนยงมาถึงปัจจุบัน ที่สำคัญ “บอลนักเรียน” บ้านเราจะเดินตามได้หรือไม่

อันดับแรก ต้องทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง “อินเตอร์ไฮ” (Inter-High School Championships) กับ “ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว” (All Japan High School Soccer Tournament) กันก่อน

“อินเตอร์ไฮ” นั้น คือชื่อเรียกการแข่งขันกีฬามัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่น ที่รวมทุกชนิดกีฬา และจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ราวๆสิงหาคม ส่วน “ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว” เน้นเฉพาะฟุตบอล ที่คัดทีมเข้ารอบสุดท้ายเพียง 48 ทีม เตะกันในช่วงหน้าหนาว ราวเดือนมกราคม

รายการที่เราพูดถึงคือ “ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว” ซึ่งยิ่งใหญ่ชนิดไม่มีฟุตบอลเยาวชนรายการใดเทียบได้ และจุดเด่นที่สุดก็คือรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเตะที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียวเป็นประจำทุกปี และจะมีแฟนบอลหลั่งไหลกันเข้ามาชมกว่า 55,000 คน

เบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากหลายปัจจัย และผสมผสานทั้งรากฐานทางวัฒนธรรม โครงสร้างฟุตบอลเยาวชน และระบบการตลาดที่แข็งแรง

– บุคัตสึ ที่เข้มแข็ง –
รากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญคือ “บุคัตสึ” ซึ่งเป็นชื่อเรียกของ “กิจกรรมชมรมหลังเลิกเรียน” ในโรงเรียนญี่ปุ่น เพราะนี่คือกิจกรรมที่มีความเข้มข้นสูงมาก โดยเฉพาะในโรงเรียนใหญ่ๆ และรวมตัวกันซ้อมหนักทุกวัน ไม่มีวันหยุด เพื่อให้พร้อมที่สุด

กระนั้น แม้จะมีความเข้มข้นสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความเป็นอิสระ และการพึ่งพาตนเอง ฝึกให้นักเรียนมีระเบียบวินัย รู้หน้าที่ตัวเอง และมีความรับผิดชอบต่อสังคม “บุคัตสี” จึงเป็นแหล่งบ่มเพาะเด็กที่มีคุณภาพสูง พร้อมเติบโตเป็นคนและเป็นนักกีฬาที่ดีต่อไป

– ปูทางสู่นักเตะอาชีพ –
สโมสรฟุตบอลในญี่ปุ่น มีระบบอคาเดมีที่แข็งแกร่ง สร้างนักเตะขึ้นมาสู่ทีมได้มากมาย แต่ก็มีนักเตะอีกมากมายที่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ โดยส่วนใหญ่มักจะถูกคัดออกจากทีมในช่วงอายุ 16 หรือมัธยมปลาย และ “โรงเรียน” จึงเป็นระบบสำรองที่มีคุณภาพไว้รองรับนักเตะเหล่านี้ที่บางครั้งถูกมองข้าม

นักเตะอย่าง เคสุเกะ ฮอนดะ และ คาโอรุ มิโตมะ ไม่สามารถเข้าสู่ทีม U-18 ของ กัมบะ โอซากา ได้ แต่ก็มาได้รับโอกาสจากโรงเรียนมัธยมเซเรียว จนก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จระดับสูง

รู้หรือไม่ว่า ทีมชาติญี่ปุ่นชุดฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย มีนักเตะที่มาจากสายสามัญหรือสายวิชาการอย่างมัธยมปลาย และมหาวิทยาลัยถึง 9 คน รวมถึง มิโตมะ และ เคียวกุ ฟุรุฮาชิ ของ เซลติก ซึ่งเส้นทางสายนี้ ยังทำให้นักเตะรักษาทางเลือกด้านการศึกษาไว้ได้ด้วย

– กลยุทธ์ระดับเทพ –
การได้รับความนิยมขนาดนี้ ไม่ได้สร้างกันง่ายหรือมาเองโดยธรรมชาติ แต่ส่วนสำคัญเป็นผลมาจากการวางกลยุทธ์โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก โดยบริษัทเอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง “เดนสึ” (Dentsu) ซึ่งเข้ามาปฏิรูปการแข่งขันในช่วงทศวรรษ 1980

เดนสึ ใช้กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการขายเรื่องอารมณ์-ความรู้สึก ความฝันและความทุ่มเทของวัยรุ่น ทำให้ดึงดูดผู้ชมในวงกว้าง ไม่ใช่แค่แฟนฟุตบอล ทำให้เข้าถึงทุกคน

– การสนับสนุนจากเอกชน –
ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว ได้รับการสนับสนุนอย่างยาวนานจากเอกชนเจ้าใหญ่อย่าง “ฟูจิ” ที่เป็นสปอนเซอร์มาตั้งแต่ปี 1970 ก่อนที่จะมี “เจลีก” เสียอีก และยังมี “เทยิน กรุ๊ป” สนับสนุนมาตั้งแต่ 1991 โดยไม่เคยถอดโฆษณา ทำให้สามารถจัดการแข่งขันได้อย่างมีมาตรฐานสูง

ที่สำคัญคือยังมีการถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายโทรทัศน์แห่งชาติด้วย

– ท้องถิ่นนิยม –
นี่ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่มันมีความหมายลึกซึ้งต่อความรู้สึกร่วมในชุมชน โรงเรียนคือตัวแทนของจังหวัด ทำให้กองเชียร์ ทั้งนักเรียนปัจจุบันและศิษย์เก่า มารวมตัวกันสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้สนามเต็ม จนกลายเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง มีแฟนบอลเข้าชมเต็มความจุสนามกีฬาแห่งชาติจนฮือฮาไปทั่วโลก

ภาพ GETYIMAGES