หากเอ่ยถึง  “สำนักงานสถิติแห่งชาติ” หรือ “สสช.” ถือเป็นหน่วยงานราชการเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 110 ปี ปัจจุบันสังกัด  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  มีภารกิจหลักเกี่ยวกับการจัดทำการสำรวจสถิติ ตามหลักวิชาการ เพื่อติดตามประเมินผลและสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายและแผนงานของรัฐ

ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับการ “สำรวจ “หรือ “จัดทำโพล” ของ ภาคเอกชน หรือหน่วยงานการศึกษา ทั้ง นิด้า โพล” หรือ “สวนดุสิต โพล”  แต่เมื่อ กล่าวถึง “สำนักงานสถิติแห่งชาติ” ส่วนใหญ่จะนึกถึง “การสำรวจสำมะโนประชากร” แต่ผลสำรวจอื่นๆ ที่จัดทำ อาจจะไม่ค่อยเห็นตามหน้าสื่อเท่าไร

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน “สสช.” ได้มีผู้บริหารคนใหม่ คือ  “เอกพงษ์ หริ่มเจริญ”  ที่โยกจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี มาดำรงตำแหน่ง ผู้อานวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ  ซึ่งจะมีนโยบายในการบริหารงานเพื่อพา  “สำนักงานสถิติแห่งชาติ” เดินหน้าไปทิศทางไหน วันนี้ มีคำตอบ!!

“เอกพงษ์ หริ่มเจริญ” ผู้อานวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ  บอกว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ  เป็นหน่วยงาน ที่อยู่คู่กับคนไทย และประเทศไทยมานาน ตั้งแต่สมัยอดีดที่อยู่ภายใต้กระทรวงพาณิชย์  และสำนักนายกรัฐมนตรี จนมีการปฎิรูประบบราชการ ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนมาสสังกัด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ กระทรวงดีอี ในปัจจุบัน  ซึ่งที่ผ่านมา  “สสช.” จะมีหน้าที่ในการทำสถิติของเรื่องต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การสำรวจสำมะโนประชากร ,การจ้างงาน,รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน และ การใช้ ICT ของประชาชน เป็นต้น

ที่ผ่านมา  “สสช.” ได้จัดทำการสำรวจสถิติ ส่วนใหญ่จะทำให้เพื่อให้หน่วยงานรัฐต่างๆ มากกว่าที่จะเปิดเผนสำรวจในชื่อตนเอง ซึ่งในต่างๆจังหวัดจะมี “สถิติจังหวัด” อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ จะจัดทำการสำรวจเรื่อองเกี่ยวกับจังหวัดต่างๆ ตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้จัดทำให้   ซึ่งข้อได้เปรียบของสำนักงานสถิติฯ คือ การได้ข้อมูลที่แม่นยำ เชื่อถือได้ เพราะมีสำนักงานฯ และ ข้าราชการเจ้าหน้าที่อยู่ทุกจังหวัด การจัดทำการสำรวจจากฐานข้อมูลที่เป็นประชาชนในพื้นที่ และลงพื้นที่สำรวจตามบ้านจริงๆ ไม่ใช่การสำรวจจาการใช้โทรศัพท์ หรือ การวิเคราะห์จากโซเชียล ซึ่งมีความน่าเชื่อถือน้อยในตัวตนของคนให้ข้อมูล

“ในอดีตการประชาสัมพันธ์ผลสำรวจที่ทางสำนักงานฯทำ อาจจะไม่ได้มีการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย ตามหน้าสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานฯ แต่หลังเข้ารับตำแหน่ง ก็ต้องการปรับวิธีการทำงานของสำนักงานฯให้ทำงานรวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งขยายการสำรวจเป็นเรื่องความเห็น และ ความต้องการของประชาชนในเรื่องต่างๆด้วย ในลักษณะคล้ายกับโพลของเอกชน เช่น นิด้า โพล หรือ โพล อื่นๆ ที่มีออกมาอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อเป็นหนึ่งในการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น นโนบาย หรือสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลทำ เป็นต้น”

ภาพ pixabay.com

 ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ  บอกต่อว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ต้องการให้สำนักงานฯ เป็นหน่วยงานที่จัดทำเรื่องสถิติของประเทศที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลสถิติที่จัดทำสามารถนำไปเป็นข้อมูลให้กับหน่วยงานต่างประเทศที่ต้องการได้ เพราะสำนักงานฯมี คนเก่งและมีความเชี่ยวชาญ เป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติระดับด็อกเตอร์จบปริญญาเอก มากที่สุดของประเทศถือว่ามีศักยภาพมากที่สุด

สำหรับการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ สำนักงานฯ จะเร่งดำเนินการแบบเร่งด่วนก่อนในช่วง 4 เดือน (ต.ค.-ม.ค.68)  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ควิก บิ๊ก วิน ( Quick Big Win ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “Quick Survey” โดยใช้เวลาไม่นาน และทำทุกเดือน จำนวน 4 เรื่อง

โดยจะเริ่มประกาศผลสำรวจแรกวันที่ 10 พ.ย.68 เรื่องการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายของรัฐบาล พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดทำในช่วงเดือน ต.ค. 68 ซึ่งชุดคำถามที่ทำการสำรวจจะเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความพึงพอใจในชีวิต ,ความคาดหวังต่อการดำเนินงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี ,นโยบายที่รัฐบาลควรดำเนินการเร่งด่วนมากที่สุด 5 อันดับแรกจาก 15 นโยบาย และ ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ เป็นต้น

“ผลการสำรวจจะเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล มีอะไรที่อยากให้รัฐบาลทำ ในเวลาที่จำกัดช่วง 4  เดือนนี้ ซึ่งจะมีทั้งผลรวมทั้งประเทศ และแบ่งเป็นรายภาคต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะมีความน่าเชื่อถือและแม่นยำ เพราะเป็นการเก็บตัวอย่าแบบสอบถามงจากเจ้าหน้าที่สถิติในตังหวัดต่างๆ ที่ลงไปถามข้อมูลตามบ้านประชาชนในพื้นที่”

ส่วน อีก 3 ผลสำรวจ ประกอบด้วย การจัดทำผลสำรวจในเดือน พ.ย. 68 เรื่องการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสวัสดิการของรัฐ พ.ศ. 2569 ถึงความพึงพอใจในชีวิต ,การใช้สวัสดิการของรัฐ และความพึงพอใจต่อสวัสดิการของรัฐ,ความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการคนละครึ่งพลัส ,ความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาล และความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาล

ขณะที่ การจัดทำผลสำรวจในเดือน ธ.ค. 2568  จะเป็นเรื่องการสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2569 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล) เกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิต ,ปัญหาสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน,เรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ในปี พ ศ. 2569 ,ความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาล และความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาล

และการสำรวจในเดือน ม.ค. 2569 เรื่องการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล พ.ศ. 25699(ครบ 3เดือน)  เกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิต ,การติดตาม รับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลหรือผลงานของรัฐบาล,ความพึงพอใจต่อนโยบาย มาตรการโครงการของรัฐบาล,ความพึงพอใจต่อผลการดาเนินงานของรัฐบาล และ ความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาล

ภาพ pixabay.com

“ด้วยการเก็บข้อมูลที่มีคุณภาพของสำนักงานฯ  เรายังตั้งเป้าหมายการทำงานขออาสาเป็นผู้เก็บข้อมูลภาครัฐ ซึ่งขณะนี้อาจพบปัญหาการเก็บข้อมูลที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้ไม่สามารถแชร์ข้อมูลใช้งานร่วมกันได้ หากงานไหนที่ไม่ซ้ำซ้อน สำนักงานยินดีทำให้เพื่อให้ประเทศไทยมีการเก็บสถิติต่างๆ ที่สามารถเป็นข้อมูลที่อ้างอิงได้น่าเชื่อ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนสามารถนำข้อมูลสถิติต่างๆที่ได้จัดทำขึ้นไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เอกพงษ์ ระบุ

ถือเป็นการขับเคลื่อนสำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้เดินหน้าด้วยจุดแข็งที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมเคาะประตูสอบถามคนทุกจังหวัด ได้ผลสำรวจรวดเร็ว ล้อกับนโยบายการทำงานภาครัฐ สามารถนำเสียงสะท้อนมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานให้กับประชาชนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น!!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์