ทีมชาติไทย ยุค แอนโธนี ฮัดสัน ประเดิมสนามชนะ สิงคโปร์ นี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจ
ระบบเดิมเปลี่ยนแค่คน
ฮัดสัน ยังเล่น 4-2-3-1 เหมือนยุค เซนเซอิชิอิ
ผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม, เซ็นเตอร์ ณัฐพงษ์ สายริยา, พรรษา เหมวิบูลย์, แบ๊กขวา นิโคลัส มิคเกลสัน, แบ๊กซ้าย เควิน ดีรมรัมย์, กองกลาง ธีราทร บุญมาทัน, สารัช อยู่เย็น, กลางรุก ชนาธิป สรงกระสินธ์, ริมเส้นขวา เบนจามิน เดวิส, ริมเส้นซ้าย สุภโชค สารชาติ, กองหน้า ศุภชัย ใจเด็ด

เจาะตามตำแหน่ง คนที่ไม่ค่อยได้เล่นกับ เซนเซ มีเซ็นเตอร์ พรรษา แล้วก็คู่กลาง สารัช, ธีราทร เท่านั้น นอกนั้นก็ไม่แปลกตา
ด้วยความที่ไม่มีเวลาลองทีมกันนาน คิดว่า ฮัดสัน คงจะปักใจชุดนี้เป็นโครงไปเตะนัดสำคัญ คัดเอเชียนคัพ กับ ศรีลังกา

มั่นใจในประสบการณ์
ชุดแรก ตัวดาวรุ่งก็มี แต่น่าสนใจคือ ฮัดสัน มั่นใจในนักเตะประสบการณ์สูงหลายคน
ไม่ต้องนับ ปฏิวัติก็ได้ คู่เซ็น พรรษา 35, ณัฐพงษ์ 33, กลาง สารัช 33, ธีราทร 35 หรือแม้แต่ ชนาธิป ก็ 32 แล้ว และใน 5 นี้มีแค่ สารัช ที่เล่นไม่ครบ โดนเปลี่ยนนาทีที่ 75
น่าสนใจคือ ตำแหน่งนักเตะอายุเยอะๆ อยู่จุดยุทธศาสตร์กลางสนามซะด้วย

สิงคโปร์ไม่ใช่ลอดช่อง
“ประเทศสิงคโปร์”ไม่มี “ลอดช่องสิงคโปร์” อย่างที่เข้าใจกัน ดังนั้นอย่างหวังจะยกซดง่ายๆ แม้เราจะเปิดตัวได้ดุดัน ยิงเร็วจาก สารัช วอลเลย์ เช็ดคาน แต่ สิงคโปร์ มักมีพิษสงจากเกมฉาบฉวยโต้กลับเร็ว
แล้วหลังจากตีเสมอได้ พวกเขาก็ทำเกมได้ไม่เป็นรอง แถมค่อยๆ ฟื้นมาข่ม ช้างศึก ด้วยซ้ำ อาศัยการโจมตีรวดเร็ว ซึ่งจุดยุทธศาสตร์ คือ กองกลาง กับ เซ็นเตอร์ของไทย ยืนมีช่องว่างเยอะ ขณะที่ แบ๊กก็บุกกระจาย
จบครึ่งแรก 1-1 ยังดีที่ลงครึ่งหลัง ไทยมาได้เร็ว จาก ธีราทร และ เสกสรรค์ ราตรี ที่เพิ่งลงมา หนี 3-1 ก่อนจบด้วย 3-2

ความสำคัญของ “โก๋อุ้ม”
ธีราทร มีจุดเด่นการคุมเกม การเปิดบอลคมกริบ โดยเฉพาะอย่างหลังทีมไทยห่างหายไปนาน แม้จะมี วีระเทพ ป้อมพันธ์ แต่ก็ยังสู้ อุ้ม ไม่ได้
ลูก 2-1 มาจาก ธีราทร ล้วนๆ การแทงบอลจากครึ่งสนาม ให้ เสกสรรค์ ควบไป เรียกเตะมุม
จากเตะมุม เล่นสั้นกับ ชนาธิป เบิ้ลคืน เหมือนจะสั้น แต่ โก๋อุ้ม แก้ปัญหา แปะหนึ่งที่ แล้วลักไก่ยิงยัดเสาแรกเข้าไป
นี่คือคุณภาพของ อุ้ม
แต่…คำถามสำคัญคือการยืนคู่กับ สารัช อยู่เย็น
ใช่ว่า สารัช ไม่ดี แต่ถ้ามายืนคู่กัน จะมีปัญหากับการเบรกเกมเร็วคู่แข่งได้ดีแค่ไหน
และอย่าลืม นี่แค่ “สิงคโปร์” นะ

นัดแรก “จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์”
จู๊ด มีชื่อสำรอง ลงนาทีที่ 64 ได้เล่นราวๆ 30 นาที รวมทดเวลา
ได้บอลเนื้อๆ เน้นๆ 4-5 หน จังหวะลุยวูบวาบ ความแกร่งร่างกายคือจุดเด่น เห็นจากจังหวะแย่งโหม่งมุมแคบ กับวิ่งแซงไปโดนเตะเรียกจุดโทษ
จู๊ด ยิงเอง แต่คงเน้นมาไป เลยยิงกลางประตูเอาดื้อๆ ติดเท้าโกลสิงคโปร์ ชวดประตูแรกในเกมทีมชาติไทย
น่าเสียดายกับโอกาส ไม่งั้นใจคงมาเยอะ กระแสคงตอบรับตึงกว่านี้

ยอดคนดูช้างศึก
มีกระแสบอยคอตต์ และข่าวก็มาไม่ค่อยดี เรื่องยอดบัตรขายล่วงหน้า แต่จริงๆ ยอดล่วงหน้า กับเกมอุ่นเครื่อง ไม่น่าเป็นปัจจัยหรอก แมตช์ที่ยังไงคนก็ไม่เต็ม แฟนบอลเขามักมาซื้อหน้าสนาม เพราะซื้อก่อน เดี๋ยวฝนตก น้ำท่วม ติดภารกิจ มาไม่ได้
และก็ต้องยอมรับว่า การนำเด็กอคาเดมี่หลายอคาเดมี่มาชม ก็มีผลอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ยอด 10,205 คน ก็นับว่าสูง และประสบความสำเร็จ คนเข้ามาดูจะซื้อบัตรมา หรือได้มาฟรีก็เถอะ แต่ก็เป็นแฟนบอล อย่างน้อยก็ยอมเสียเวลาเดินทางมาชม มาเชียร์ทีมชาติไทย

ยอด 10,205 คนนี้ เยอะกว่า 3 แมตช์อุ่นเครื่องที่ ธรรมศาสตร์สเตเดียม ก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
วันที่ 4 มิ.ย.68 ไทย-อินเดีย 5,045 คน
วันที่ 17 พ.ย.67 ไทย-ลาว 4,637 คน
วันที่ 14 พ.ย.67 ไทย-เลบานอน 5,816 คน
สรุปแล้ว ที่กระแสข่าวว่ากระแสไม่ดีๆ
แต่สุดท้ายแล้ววันนี้ก็เยอะกว่านัดก่อนๆ เท่าตัวเชียวนะ.



