เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดเผยว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นไปด้วยความล่าช้ามาก เพราะมีการแก้ไขทุกมาตรา จากร่างหลักที่รับหลักการมา มีการเสนอรายละเอียดในแต่ละมาตราค่อนข้างมาก ประกอบกับวิธีการพิจารณา ไม่ตกผลึกกลับไปกลับมา ส่งผลให้การพิจารณาของ กมธ. ช้าลงจากเดิม ที่มีการตกลงกันไว้ว่าการประชุมจะมีขึ้น 10 ครั้ง ซึ่งการพิจารณาในชั้น กมธ. น่าจะแล้วเสร็จทุกมาตรา แต่จนถึงขณะนี้ กมธ. ประชุมไปแล้ว 9 ครั้ง เพิ่งจะพิจารณาได้เพียง 3 มาตรา โอกาสที่การพิจารณาแล้วเสร็จตามกำหนดเวลาจึงเป็นไปไม่ได้ 

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญที่มีการกำหนดไว้ว่าการพิจารณาในวาระ 2 จะแล้วเสร็จในวันที่ 24-25 พ.ย. ไม่น่าจะทันแล้ว ดังนั้นการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระที่ 2 คงเป็นไปตามที่นายภราดร ปริศนานันทกุล กมธ. จากพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงไว้ คือวันที่ 8-10 ธ.ค. 68 ก่อนเปิดการประชุมสมัยสามัญ จากนั้นเมื่อสภาเปิดประชุมสมัยสามัญในวันที่ 12 ธ.ค. เป็นต้นไป จึงจะไปพิจารณาในวาระที่ 3 ช่วงปลายเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่พรรคภูมิใจไทยกำหนด

“ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าเหตุที่ทำให้การพิจารณาช้า มาจาก กมธ. จากพรรคเพื่อไทย พยายามตีรวนในที่ประชุม และดึงช้าในทุกมาตรานั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง เพราะพรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ไม่ใช่เพิ่งมาคิดกัน แต่เหตุที่ช้าหลายฝ่ายมองว่า บางพรรคการเมืองจะใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ในขณะที่พรรคประชาชนก็จะอ้างว่าไม่ควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ไม่สามารถยื่นอภิปรายรัฐบาลได้ จึงน่าจะเป็นเหตุผลหลัก ทำให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงวันนี้ กมธ. ควรเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ควรมาสาดโคลนใส่กัน เพราะไม่เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดเลย” นพ.ชลน่าน กล่าว