เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งสัญญาณไปที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง โดยนายอนุทิน ยิ้ม พร้อมกล่าวว่า ให้ภาพเล่าเรื่อง ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า นายเอกนิติ คุณสมบัติผ่านแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ท่านก็ทำงานดี ขยันขันแข็ง เข้าใจงาน ส่วนในทางการเมืองจะขายได้หรือไม่นั้น เราไม่ได้เอามาขาย เราเอาเขามาทำงาน 

เมื่อถามว่านายเอกนิติ ตอบรับแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “แหม ทำงานเพื่อบ้านเมือง ถ้ามีโอกาสมีความจำเป็น” เมื่อถามต่อว่านายเอกนิติ สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ในรายละเอียดยังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น เมื่อถามย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 เป็นผู้หญิงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีทุกเพศทุกวัย 

เมื่อถามอีกว่า น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มีความเหมาะสมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เหมาะซิ” ส่วนทาบทามแล้วหรือยังนั้น ตนยังไม่ได้ทาบทาม ตนบังคับ ก่อนหัวเราะพร้อมกล่าวว่า เราทำให้มันครบถ้วน สมัยก่อนภูมิใจไทยเป็นพรรคเล็กไม่เป็นไร มีตนคนเดียว แต่ตอนนี้พรรคน่าจะดีขึ้นและใหญ่ขึ้น ก็ต้องมีคนมาช่วยทำงาน 

เมื่อถามย้ำว่า พูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย มี 3 คนคือ นายอนุทิน นายเอกนิติ น.ส.ศุภจี นายอนุทิน กล่าวว่า “พูดได้เต็มปาก” ส่วนคิดได้ตอนไหน ดึง 2 คนนี้มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเห็นจากความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและผลงานที่เขาทำ ความคิดความอ่านและความรวดเร็วในการทำงาน ต่างคนต่างรักษาคำพูดว่าจะทำงานให้ออกมาดีที่สุด เราก็บอกจะไม่แทรกแซง ให้อิสระการทำงานเต็มที่ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์ เราก็สนับสนุน

เมื่อถามด้วยว่า การดึง 2 คนนี้เข้ามาร่วม เพราะมองไปที่มุมเศรษฐกิจของประเทศใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามองในมุมของคนที่มีประสบการณ์แล้วเข้าใจเนื้องาน ตอนเชิญทั้งสองท่านมาทำงาน เราก็คิดว่าอาจต้องใช้เวลาปรับตัว ซึ่งเวลาทำงานมันก็น้อย ความจริงไม่ใช่แค่สองท่าน รวมถึงทุกท่านในทีม ทั้งคนนอกและคนใน เข้ามาทำงานแล้วก็เก๋าเกมทำงานได้เลย เป็นนักบริหารมืออาชีพ ไม่ได้ตื่นเต้น เมื่อได้รับการมอบหมายงาน เขาก็ไปทำหน้าที่ของเขา ทุกวันนี้แทบไม่ได้เจอกันเลย มีอะไรก็โทรศัพท์คุยกันว่าตนขอให้ทำอย่างนี้ แต่ถ้าเขาอยากทำอย่างนี้ นายกฯ สนับสนุนหรือไม่ เราก็สนับสนุนกัน มีปัญหาอะไรก็คุยกัน อยู่ที่ไหนของมุมโลกก็ติดต่อกันได้ 

เมื่อถามด้วยว่าจะเรียกว่าเป็นแคนดิเดตนายกฯ พลัส หรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มและหัวเราะในลำคอ ก่อนตอบว่า ถ้าเราได้คนเก่งๆ คนที่ดีมาทำงานให้บ้านเมือง เราก็สบาย ประเทศก็จะดีขึ้น ประชาชนก็จะดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจก็ดีขึ้น ได้คนที่เข้าใจและมีประสบการณ์เข้ามาทำงาน จะไปมัวหวงอำนาจอะไรมากมายก็ไม่ได้ และตนพูดตั้งนานแล้วว่าพร้อมเลือกตั้ง 

เมื่อถามต่อว่าต้องนำรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ต้องเข้าที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีพรรคภูมิใจไทย วันที่ 23 พ.ย. หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องนำเสนอ ถ้าเรียบร้อยก็เอาเข้า แต่ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด ส่วนจะนำสองคนนี้เป็น สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น ก็เป็นไปได้ ส่วนหากกลับมาเป็นรัฐบาล เก้าอี้คณะรัฐมนตรีต้องแบ่งให้พรรคอื่น อาจทำให้หน้าตา ครม. ไม่ดีเหมือนชุดปัจจุบัน นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้ความไว้วางใจ และตนก็คิดว่าประชาชนสามารถตัดสินใจได้ 

เมื่อถามถึงกระแสข่าว นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จะย้ายมาร่วมพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 23 พ.ย. นายอนุทิน กล่าวว่า “อืม ก็ไปดูสิ วันที่ 23 พ.ย.” 

เมื่อถามย้ำว่านายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม จะมาสมัครเป็นสมาชิกด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ให้ดูวันที่ 23 พ.ย. พูดไปเขาไม่มาจะทำอย่างไร และท่านเหล่านี้ก็เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น ทำงานกันได้ เราก็เลือกนะไม่ใช่ไม่เลือก คนที่ทำงาน คนที่มีประสบการณ์และมีบารมีทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ เราก็พิจารณาทุกคน.