ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน บอกว่า จากกรณีน้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 68 จนถึงปัจจุบัน อิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ และภาคใต้ตอนล่าง ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ส่งผลให้เกิดอุทกภัยรวม 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา พัทลุง ตรัง นราธิวาส ปัตตานี และ ยะลา โดยปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง วัดได้มากกว่า 300-500 มม. จังหวัดสงขลา มีฝนตกหนักครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ ที่วัดปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 68 วัดได้ 335 มม. ซึ่งเป็นปริมาณฝนตกหนักในรอบ 300 ปี
สำหรับปริมาณฝนตกหนักในรอบ 300 ปี เป็นคำเรียกตามหลักสถิติอุทกวิทยา หมายถึงปริมาณฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในรอบ 300 ปี หรือ 300 ปีจะเกิดขึ้น 1 ครั้ง ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน ซึ่งสามารถนำสถิติฝนตกที่มีอยู่มาคำนวณ ซึ่งสถิติดังกล่าว สามารถย้อนกลับไปได้เป็นพันปี



