ภายหลังเปิดตัวบ้านใหญ่เข้าซบภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ย. กระแสยุบสภาก่อนเวลาตาม MOA เพื่อหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจแรงขึ้นเรื่อยๆ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2568 ถึงความชัดเจนการทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ว่า จะพยายามให้ทันก่อนยุบสภา ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงข่าวให้ทุกกระทรวงเสนอโครงการของบประมาณก่อนวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ซึ่งถูกมองว่า เป็นสัญญาณเตรียมยุบสภา นายกฯ ไม่ตอบคำถาม

“รมว.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน สามารถนำวงเงินบัตรสวัสดิการไปใช้จ่ายซื้อสินค้ากับร้านค้าคนละครึ่งพลัสกว่า 9 แสนแห่งได้ เพื่อช่วยขยายโอกาสในการใช้จ่ายที่ปัจจุบันร้านค้าธงฟ้ามีจำนวนจำกัด อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสให้ร้านคนละครึ่งมีโอกาสขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเริ่มให้บริการได้เร็วๆ นี้

“โฆษกโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสสอง จะพิจารณาเสร็จทันก่อนการยุบสภาแน่นอน โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาแหล่งเงิน และวงเงินที่เหมาะสมอยู่ ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้คนละเท่าไร เนื่องจากตอนนี้ต้องมีการกันวงเงินส่วนหนึ่งไว้ดูแลภัยพิบัติฉุกเฉิน และน้ำท่วมภาคใต้ แต่ยืนยันว่ามีวงเงินเตรียมไว้แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร

สีสันในเรื่องการย้ายพรรคและจัดตัวผู้สมัคร สส.ที่น่าสนใจ “รมต.เฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการหารือกับ “หัวหน้าแป๊ะ” สนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี ถึงการเลือกตั้งจัดตัวผู้สมัคร สส.ชลบุรี ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีปัญหาว่า แบ่งเขต 1 กันไม่ลงตัว ว่า จบแล้ว ตนเสนอตัวขอลงสมัคร สส.เอง เคยเป็นผู้แทนเขตนั้น ยืนยันว่ามีความพร้อมในพื้นที่เขต 1 ตนเป็น สส.เขต 1 ชลบุรี มาหลายสมัย เกิดในตำบลที่นั่น

“ส่วนกระแสข่าวรัฐบาลส่งสัญญาณให้แต่ละกระทรวงเสนอโครงการงบประมาณภายในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ จนถูกมองว่าส่งสัญญาณยืนยันการยุบสภา 12 ธ.ค.นี้หรือไม่ นายกฯ ไม่ได้บอก ไม่ได้คุยเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด หากยุบสภา 12 ธ.ค. ทุกคนพร้อม เมื่อไรก็เมื่อนั้น ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ พูด” รมต.เฮ้ง กล่าว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี 2 สส.พรรคเพื่อไทย “ข้าวฟ่าง” สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น และ “กานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รวมถึงมีสมาชิกของพรรคเพื่อไทยอีกส่วนหนึ่งได้ไปร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย ว่า บุคคลเหล่านั้นไม่เคารพต่อคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ ไม่เคารพความรู้สึกคนเสื้อแดง การที่ สส. 2 คนนี้ และก่อนหน้านี้อีก 8 คน เปิดเผยตัวเองอย่างชัดเจนว่าจะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นการไม่ให้เกียรติพรรคเพื่อไทย และเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมของพรรค ขอให้ลาออกจากพรรคไป (หาก สส.ลาออกจากพรรคในขณะรัฐบาลยังดำรงตำแหน่ง จะสิ้นสภาพ สส.ทันที)

“น.ส.สรัสนันท์ ก็ต้องคืนเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทยมาด้วย ไม่เช่นนั้นพรรคจะดำเนินการในเรื่องมาตรฐานจริยธรรมต่อไป เพราะพบว่า ยังมีการชักชวน สส.ภายในพรรคโดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นให้ย้ายออกจากพรรคไปด้วย พรรคสอบถามหลายครั้ง ทั้งคู่ยืนยันว่า อยู่พรรคเพื่อไทย แต่เมื่อปรากฏภาพเช่นนั้น ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติพรรคเพื่อไทย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคกล้าธรรม (กธ.) จะเปิดตัวผู้สมัคร สส. สู้ศึกเลือกตั้ง 2 ธ.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา มีการเปิดเผยรายชื่อ สส.เก่าที่จะย้ายเข้ากล้าธรรมมาแล้วก่อนหน้านี้ อาทิ กลุ่มของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีนายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายจักรัตน์ พั้วช่วย สส.เพชรบูรณ์ พรรค พปชร. นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรค รทสช.

ยังมีชื่อของนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี และเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มีโอกาสสูงที่จะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำ สส.ไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายประภัตร ไม่ได้เดินทางไปด้วย

ที่พรรคเพื่อไทย “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า หากนายกฯ ยังตัดสินใจที่จะยุบสภาโดยไม่สนใจ MOA กับพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ให้ยุบสภา 31 ม.ค.69 ก็อยากให้ ครม. มีมติส่งคำถามแก้รัฐธรรมนูญไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือถามว่า ประชาชนเห็นด้วยให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ จะเป็นข้อผูกมัดและผูกพันกับรัฐบาลใดๆไม่ว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นรัฐบาล

เมื่อถามถึง กรณีที่ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่ง ยอมรับว่าคุยกับนายจุลพันธ์ เพื่อให้ชะลอการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไปก่อน โดยขอให้เสร็จสิ้นการลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการร้องขอมาจริง นายณัฐพงษ์ เป็นคนขอว่าไม่ให้พูด เรายังไม่มีข้อตัดสินใจหรือข้อสรุป แต่ก่อนเปิดสมัยประชุมสภา (12 ธ.ค.) คงได้ประสานงานพูดคุยสรุปทิศทางกันอีกครั้ง

“ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ปชน. ก็ไม่เกินที่คาดการณ์ ของเพื่อไทยจะเปิดตัวเดือน ธ.ค.นี้ เชื่อมั่นว่า ดึงกระแสนิยมกลับมาได้ เพราะแคนดิเดตนายกฯ ของเรามีองค์ประกอบที่หลากหลาย มีภูมิหลังพื้นเพที่มีความแตกต่างกันเพื่อที่จะตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละกลุ่มได้”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ความว่า สัปดาห์ที่แล้ว ได้เข้าไปพรรคประชาธิปัตย์ บอกน้องๆ ในพรรค ว่า จะมาสมัครลง สส.บัญชีรายชื่อ น้องๆ ก็ดูแล หาโต๊ะให้นั่งเขียนใบสมัคร เมื่อเข้าพรรค ตนถามน้องๆ ว่า ห้องนั้นห้องนี้ใครนั่ง จนถึงห้องหนึ่ง เจ้าหน้าที่บอกว่า “คนทรยศนั่ง” ตนถามว่า คนทรยศที่ว่า มีชื่อย่อว่าอะไร เขาบอกว่า ชื่อ น. น้องๆ หัวเราะ บอกว่าไม่ใช่ชื่อ “นิพิฏฐ์” ดีใจที่น้องไม่มองตนเป็นคนทรยศ

ซึ่งไม่รู้ว่า น.ไหน ที่ย้ายพรรคออกไป แล้วถูกชี้ว่า “เป็นคนทรยศ” มี สส.ใต้ที่จะออกไป 2 น.

ปิดท้ายด้วยสำนักงาน กกต. เปิดเผยข้อมูลการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ของแต่ละพรรคการเมืองโดยพบว่า มีเพียง 2 พรรคที่สามารถส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส.ได้ 100% ทั่วประเทศ (400 เขต) คือ พรรค ปชน. และพรรคกล้าธรรม รองลงมาคือพรรคภูมิใจไทย และพรรคโอกาสใหม่อยู่ที่ 98.7% ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่งได้ 94.81% ขณะที่พรรคเพื่อไทย พรรค พปชร. และพรรคอื่นๆ สามารถส่งได้ไม่ถึง 80% พรรคที่สามารถส่งได้น้อยที่สุดคือพรรคเศรษฐกิจ อยู่ที่ 7.79% การประเมินว่าพรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครได้จำนวนเท่าใดอยู่ที่การทำสาขาพรรค และจำนวนตัวแทนพรรคการเมืองในแต่ละพื้นที่เข้าเกณฑ์พอทำไพรมารีโหวต เลือกผู้สมัครในแต่ละเขต ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่.

“ทีมข่าวการเมือง”