เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม  โดยให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นอยากมาลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งส่วนราชการและภาคประชาชน อย่างน้อยสิ่งที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการสั่งจากส่วนกลางมากที่สุดคืออะไร ตั้งแต่ลงเครื่องมาได้พบปะพูดคุยกับหลายคน พบว่ามีคนติดค้างในสนามบินอยู่จำนวนมาก ตนได้พบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสิงคโปร์ เขาก็บอกว่ามีชาวสิงคโปร์ติดอยู่ประมาณ 100 คน ทางสถานทูตจึงส่งเจ้าหน้าที่มาเพื่อประสานงาน ซึ่งตนพบว่า ยังมีชาวต่างประเทศจำนวนมาก ตนคิดว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้ กระทบกับชาวต่างประเทศด้วย ถือว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องอาศัยรัฐบาล ส่วนกลางมาแก้ไขปัญหา 

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนประชาชนชาวไทย ตนได้พูดคุยก็พบว่ายังติดค้างที่สนามบิน ตนตั้งใจจะเดินทางไปที่มณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 42 ซึ่งเป็นศูนย์พักพิง มีเฉพาะรถขนอาหารที่ยกสูงเท่านั้นที่สามารถเดินทางเข้าออกได้จากสนามบิน แต่พอมาวันนี้พบว่าวิ่งไม่ได้เลย ระดับน้ำยังค่อนข้างรุนแรงอยู่ ถือเป็นปัญหาหน้างาน

ตอนนี้เข้าใจว่ารัฐบาลใช้ช่องอำนาจในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ ผบ.สูงสุด เข้ามาบริหารสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร แม้ใช้ช่องทางกฎหมายได้ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ผบ.เหตุการณ์ ควรเป็นคนประจำในพื้นที่ แล้วสามารถบูรณาการทุกภาคส่วนได้จริง จากที่ตนได้สอบถามมูลนิธิต่างๆ ที่ไปประจำ ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ในเรื่องการประสานข้อมูล ตนคิดว่าการลงพื้นที่น่าจะช่วยเติมเต็มอะไรบางอย่างได้

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือบรรดากลุ่มเปราะบาง หลายครอบครัวที่ตนได้พูดคุยในสนามบิน มีพ่อเฒ่า แม่แก่ ที่จำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้า เครื่องพยุงชีพ บางคนมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ ตนคิดว่าเป็นกลุ่มที่สำคัญเร่งด่วนมากๆ ที่สุด ซึ่งกลไกอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีข้อมูลต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว เบื้องต้นตนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดยังไม่ต้องพูดถึงตัวข้อมูลที่เป็นดิจิทัลก็ได้  แค่ระบบการบริหารจัดการว่าแบ่งโซนการทำงาน โซนนี้ใครไปดูแล โซนนั้นใครไปดูแล เริ่มด้วยการสำรวจก่อนว่ามีคนติดค้างหรือไม่ พบกลุ่มเปราะบางหรือไม่ หากพบแล้วแนวปฏิบัติเป็นอย่างไร เพื่อให้หน่วยกู้ชีพเข้าไปจะได้รู้วิธีการปฏิบัติต่างๆ เหล่านี้ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการเผชิญเหตุแผนเผชิญเหตุกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีหมดอยู่แล้วทุกจังหวัด เพียงแต่ว่าตอนปฏิบัติจริงจะปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญก็มีต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่บังคับบัญชา บูรณาการทุกภาคส่วนได้จริง.