ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวรุสนานี เจ๊ะเลาะ อายุ 40 ปี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเยียวยาจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณตลาดเปิดท้าย ปัตตานี ในปี 2556 เป็นเหตุให้ลูก ชายวัย 9 ขวบ เสียชีวิต กล่าวถึงความรู้สึกหลังจาก ซาอุดีอาระเบีย ได้มีการรายงานข่าวว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ไอโคไมครอน ในประเทศซาอุดีอาระเบียว่า ตกใจเล็กน้อยเพราะประเทศซาอุดีอาระเบียไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มานาน ซึ่งหลังจากนี้ต้องป้องกันตนเองมากขึ้น ยกการ์ดขึ้นสูง ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโควิด-19 เหมือนตอนอยู่ประเทศไทย เพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ของ ศอ.บต. ยังคงมั่นใจว่าการประกอบพิธีอุมเราะห์ครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี อย่างที่ทุกคนตั้งใจ พร้อมร่วมมือ ร่วมใจ ป้องกันตนเองและดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 112 คน

ด้าน นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ กล่าวกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่าอย่าตื่นตระหนก แต่ให้เพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตนเองให้มากขึ้น ล้างมือบ่อยๆ ส่วมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และขอให้ทุกคนได้ประกอบพิธีอุมเราะห์อย่างที่ตั้งใจไว้ สำหรับกิจกรรมฯ ของ ศอ.บต. นั้น มีกำหนดการปฏิบัติศาสนกิจและศึกษาประวัติศาสตร์ในนครมาดีนะห์ถึงวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม นี้ จากนั้นจะเดินทางเข้านครเมกกะ เพื่อประกอบพิธีอุมเราะห์ต่อไป

ทางด้าน นายแพทย์มูฮำหมาด ละใบจิ รอง ผอ.โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า ตอนนี้ ทางการซาอุฯ ได้มีการประกาศว่า โอไมครอน สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าซาอุดีอาระเบีย แล้ว ซึ่งทางคณะทีมงานเรา ที่เดินทางมา ก็ได้มีการคุยกันและได้ออกมาตรการเพิ่มเติมให้กับผู้แสวงบุญ อุมเราะห์ หรือฮุจญาด ทั้งการใส่แมสก์อย่างต่อเนื่อง มั่นล้างมือบ่อยๆ รวมทั้ง มาตรการ social distance รวมทั้งการติดตาม ดูแลสุขภาพ ซึ่งหากพบว่ามีผู้ที่เจ็บป่วย จำเป็นจะต้องแจ้งทีมแพทย์ที่ร่วมคณะเดินทางในครั้งนี้ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ฮุจญาด ของเราเสี่ยง ได้รับเชื้อโควิด สิ่งสำคัญเราจะต้องขอดุอาร์ (ขอพร) ฮุจญาด มีสุขภาพ แข็งแรง ทั้งขณะที่อยู่ที่นี่และเดินทางกลับบ้าน ขอให้มีความมั่นใจ ว่าทีมงานที่พาฮุจญาด ตั้งใจที่จะดูแลตามมาตรการต่างๆ ให้กับทุกท่าน