เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมร่วมในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศไม้จันทน์และพระหีบไม้จันทน์สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.อ.อ.จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายทหารปฏิบัติการพิเศษ ราชองครักษ์ เป็นประธานในพิธี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิทัศน์ นุ่นสง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสำรวจและคัดเลือกต้นจันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณี จำนวน 20 ต้น ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมได้จัดขึ้นในเวลา 12.19 น. โดย พล.อ.อ.จารึก ประธานในพิธีได้ทำการหลั่งน้ำเทพมนต์และเจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม ขณะที่โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ และแตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ พร้อมกันนี้ได้หลั่งน้ำเทพมนต์เจิมขวานทองสำหรับใช้ตัดต้นจันทน์หอม ก่อนที่ประธานจะใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ และโปรยดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมพิธี ด้วยความตั้งใจและเก็บเครื่องบวงสรวงนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ การคัดเลือกต้นจันทน์หอมได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นายอรรถพล กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 969 ตร.กม. มีสภาพป่าที่สมบูรณ์และหลากหลาย ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นแหล่งของพันธุ์ไม้หายากมากมาย โดยเฉพาะไม้จันทน์หอม (Mansonia gagei) ที่ขึ้นกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่มีความชุ่มชื้นและร่มรื่น

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจของกรมอุทยานแห่งชาติฯ พบว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นหนึ่งในแหล่งต้นจันทน์หอมที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพเหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ประกอบพระราชพิธี โดยต้นจันทน์หอมที่พบในพื้นที่มีอายุประมาณ 100 ปี มีเนื้อไม้แน่น เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมเหลือง และที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมจัดเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญตามโบราณราชประเพณี

นายอรรถพล กล่าวว่า ต้นจันทน์หอมที่คัดเลือกมาทั้ง 20 ต้น เป็นต้นที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ มีขนาดเส้นรอบวงเฉลี่ย 150 เซนติเมตร และมีความยาวเหมาะสมต่อการแปรรูป การคัดเลือกต้นจันทน์หอมที่ตายตามธรรมชาติไม่เพียงแต่เป็นไปตามประเพณีโบราณ แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นไม้ที่มีชีวิตในพื้นที่

อธิบกรมอุทยานฯ กล่าวว่า นอกจากอุทยานฯ กุยบุรี แล้ว ไม้จันทน์หอมยังพบกระจายอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใกล้เคียง ได้แก่ อุทยานฯ เขาสามร้อยยอด อุทยานฯ น้ำตกห้วยยาง และอุทยานฯ แก่งกระจาน ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่สมบูรณ์ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี กรมอุทยานฯ ได้มีการดูแลรักษาและขยายพันธุ์ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไม้มีค่าชนิดนี้คงอยู่สืบไปในอนาคต ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ได้มีการปลูกต้นจันทน์หอมทดแทนคืนสู่ผืนป่า จำนวน 10 ต้น โดยแขกผู้มีเกียรติร่วมกันปลูกเพื่อแสดงถึงการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ไม้มีค่าดังกล่าว

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดไม้จันทน์หอม 1 ต้น เพื่อใช้ในพระราชพิธี จะต้องปลูกทดแทนในพื้นที่ธรรมชาติ 10 ต้นเสมอ เพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนต้นจันทน์หอมในป่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของกรมอุทยานฯ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติคงความยั่งยืนของพันธุ์ไม้ โดยในวันนี้เป็นการปลูกทดแทนต้นแรกในพิธี จำนวน 10 ต้น และจะดำเนินการปลูกทดแทนต่อเนื่องจนครบจำนวน 200 ต้น สำหรับต้นจันทน์หอมทั้ง 20 ต้น ที่ได้รับการคัดเลือก

นายอรรถพล กล่าวว่า การปลูกต้นจันทน์หอมทดแทนในครั้งนี้ ได้รับการขยายพันธุ์มาจากศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าต้นพันธุ์มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อีกทั้งกรมอุทยานฯ จะติดตามดูแลต้นไม้ที่ปลูกใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และจะสามารถเป็นแหล่งพันธุ์ไม้จันทน์หอมที่สำคัญของประเทศต่อไป อันเป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานฯ จะดำเนินการตัดทอนและแปรรูปไม้จันทน์หอมร่วมกับชุดจิตอาสา จากนั้นจะส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้แก่ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม โดยไม้จันทน์หอมจะถูกนำไปจัดสร้างพระโกศและพระหีบไม้จันทน์ จะมีการแปรรูปไม้จันทน์หอมเป็นลวดลายประดับรวมกว่า 35 ลาย อาทิ ลายหน้ากระดาน, ลายบัว และลายท้องไม้ เพื่อให้การจัดสร้างพระเมรุมาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติสูงสุดในฐานะแม่แห่งแผ่นดิน ทรงคุณค่า และถูกต้องตามโบราณราชประเพณี

ทั้งนี้ ไม้จันทน์หอม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีกลิ่นหอมจัด เป็นไม้มีค่าที่หายาก มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Mansonia gagei เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 15-20 เมตร มีเนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลือง แน่นและมีน้ำหนักปานกลาง เมื่อตัดหรือขูดจะมีกลิ่นหอมจัดคล้ายกลิ่นจันทน์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “จันทน์หอม” ไม้จันทน์หอมถูกนำมาใช้ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามที่คงอยู่แม้เมื่อดับขันธ์ไปแล้ว กลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมเชื่อว่าจะช่วยส่งเสด็จพระบรมศพสู่สุคติภพด้วยความสงบและศักดิ์สิทธิ์.