เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีสื่อมวลชนนำเสนอภาพถ่ายเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นภาพที่ได้ร่วมถ่ายรูปหมู่และรับประทานอาหารร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งข้าราชการและนักธุรกิจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการใช้อำนาจหน้าที่ในสมัยดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือบุคคลในภาพเกี่ยวกับคดีความต่างๆ หรือไม่

โดย พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เป็นประธานกรรมการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 3 คดีสำคัญ ซึ่งตนและคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และมีความเห็น “ชี้มูลความผิด” ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมส่งสำนวนให้ ผบ.ตร. พิจารณาโทษแล้ว ดังนี้

1.คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา กรณีพบข้อบกพร่องของตำรวจในการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการฯ ได้สรุปสำนวนและมีมติชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แล้ว

2.กรณี พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ (สว.สส.สน.พญาไท) กรณีการชี้แจงต่อ ก.ต. เรื่องการขอหมายจับและการเพิกถอนหมายจับคดีทุนจีนสีเทา/ยาเสพติด คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบและมีมติชี้มูลความผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยัง ตร. แล้วเช่นกัน

3.กรณี ‘สารวัตรซัว’ และ ‘นายพล จ’ กรณีพัวพันธุรกิจพนันออนไลน์ คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบและมีมติชี้มูลความผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยัง ตร. เรียบร้อยแล้ว

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวอีกว่า การทำงานของตนเป็นการใช้อำนาจทางปกครองเพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ความผิดทางวินัย ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการสอบสวนคดีอาญา และตนได้ดำเนินการส่งสำนวนทั้งหมดผ่านผู้บังคับการกองวินัย ไปยัง ผบ.ตร. เสร็จสิ้นก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ดังนั้น อำนาจการสั่งการปัจจุบันจึงอยู่ที่ ผบ.ตร.

อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตลอดอายุราชการ ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยมีมลทิน และไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริตเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดรายใดให้พ้นโทษตามกฎหมาย.