นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้เชิญชวนโรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้  บริเวณหาดใหญ่ ให้พิจารณาเข้ามาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้แทน เพื่อลดความเสี่ยง หลังจากน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ซึ่งมี 2 นิคมหลัก ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้าในพื้นที่ 

“นิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้ทั้ง 2 แห่ง เปรียบเสมือนพื้นที่นิคมเป็นไข่แดง ที่มีน้ำไหลเข้ามาโดยรอบ แต่ไม่ท่วมภายใน จึงอยากเชิญชวนโรงงานที่อยู่ภายนอกอุตสาหกรรมให้เข้ามาตั้งโรงงานในนิคมฯ ซึ่งกนอ.มั่นใจว่า แม้จะมีน้ำท่วมปริมาณมากและรวดเร็ว แต่น้ำก็ยังไม่เข้าพื้นที่นิคม ปัจจุบันพื้นที่นิคมฯ ยังมีพื้นที่เหลืออยู่ประมาณ 30 กว่า%   ซึ่งการฟื้นฟูสถานการณ์ล่าสุดกนอ. กำลังดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่รอบนิคมฯ โดยได้ส่งรถดับเพลิงไปฉีดทำความสะอาดถนน และในวันที่ 14 นี้ จะนำเตาแก๊สและหม้อหุงข้าวไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และมีแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องหยุดกิจการในช่วงดังกล่าว โดยจะให้มีการส่งข้อมูลความเสียหายมา เพื่อพิจารณาการช่วยลดค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าลดน้ำ ค่าลดไฟ ค่าเช่า และค่าส่วนกลาง”

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องปรับปรุงเรื่องระบบโลจิสติกส์  ระบบการขนส่ง ซึ่ง กนอ. ต้องออกแบบระบบโลจิสติกส์ใหม่ เพื่อให้สามารถส่งกำลังบำรุงจากพื้นที่นิคมฯ ไปยังหาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด โดยไม่ให้กลายเป็นพื้นที่ไข่แดงที่ถูกตัดขาด โดย กนอ. จะเสนอแนวคิดในการปรับปรุงพื้นที่ถนนบริเวณที่ถูกน้ำตัดขาดประมาณ 400-500 เมตร ไปยังกรมทางหลวงชนบท

ทั้งนี้ในช่วงวิกฤติกนอ. ได้ใช้พื้นที่นิคมภาคใต้เป็นศูนย์พักพิง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่รอบข้าง โดยภายในนิคมฯ มีทั้งน้ำ ไฟฟ้า และอาหาร คอยดูแลประชาชนทั้งหมด ผู้ประสบภัยได้รับประทานอาหารทุกมื้อ และมีห้องที่สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้ ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนรอบข้างกับ กนอ. อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เพราะชุมชนยอมรับว่า กนอ. สามารถปกป้องชีวิตหลังเกิดเหตุการณ์ กนอ. ได้เตรียมถุงยังชีพจำนวน 2,800 ถุง แจกจ่ายให้กับชุมชนรอบข้าง

อย่างไรก็ตามหลังจากน้ำท่วมลดลง ได้เข้าพูดคุยกับผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับคำชื่นชมในการที่ กนอ. สามารถรักษาชีวิตพนักงานของพวกเขาและคนในชุมชนได้ โรงงานที่อยู่ในนิคมฯ ภาคใต้ ซึ่งมีอยู่มากกว่า 50 โรงงาน เช่น บริษัท มิชลิน และบริษัทที่ผลิตถุงมือยาง ถุงยางอนามัย (โคโยโร่) ได้หยุดดำเนินการไปประมาณ 10 กว่าวัน เนื่องจากพนักงานไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ ปัจจุบันโรงงานได้กลับมาเปิดดำเนินการ