เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองทัพเรือภายใต้กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ทำการตรวจพบและเข้าควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 19 ราย แบ่งเป็นสัญชาติจีน 18 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย บริเวณแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี โดยเบื้องต้นไม่พบเอกสารการเดินทางหรือหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เตรียมเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะตอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ว่าด้วยการเข้าเมืองและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งว่า พฤติการณ์ของกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือ “แก๊งสแกมเมอร์” ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่าเป็นการเคลื่อนย้ายกำลังพลเพื่อไปทำหน้าที่เป็นพนักงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามระดับภูมิภาคที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งปราบปราม

ปัจจุบัน พื้นที่ชายแดนจันทบุรี โดยเฉพาะจุดผ่อนปรนทางการค้าและช่องทางธรรมชาติ มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งการยกระดับการตรวจการณ์ กองกำลังป้องกันชายแดนได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนด้วยโดรนความร้อน (Thermal Drone) และการตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนสายรองที่เชื่อมต่อกับชายแดน มีมาตรการเชิงรุกประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับที่ตั้งของ “ออฟฟิศสแกมเมอร์” เพื่อตัดวงจรการส่งคนข้ามแดน และการเฝ้าระวังช่วงเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์มักอาศัยจังหวะที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในการอำพรางตัว เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเช็กบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่ชายแดนเป็นพิเศษ ทั้งนี้หากพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย รถยนต์แปลกถิ่นนำพาบุคคลจำนวนมากเข้ามาในยามวิกาล ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันที เพื่อร่วมกันสกัดกั้นภัยความมั่นคงทางไซเบอร์.