นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแบ่งปันความร่วมมือ ในการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง ว่า สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการยกเลิกกฎกระทรวง กำหนดวิธีปฏิบัติของเจ้าของเรือประมงที่ใช้สนับสนุนเรือที่ใช้ทำการประมง หรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ พ.ศ. 2565เพื่อลดความซ้ำซ้อนและผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากเรือสนับสนุนเรือที่ใช้ทำการประมง มีกฎหมายเฉพาะ และหน่วยงานอื่นเป็นหลักในการกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเดิมกฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้เรือที่มีประเภทการใช้ จำนวน 6 ประเภท ได้แก่ เรือบบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำจืด เรือบรรทุกน้ำจืดเพื่อการประมง เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส และเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส จะต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System; VMS) และแจ้งเข้าออกท่าเทียบเรือกับกรมประมง
ดังนั้น กรมประมงจึงได้จัดประชุมดังกล่าวขึ้น โดยเชิญหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) กรมธุรกิจพลังงาน กองทัพเรือ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาร่วมหารือ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยมีมติที่สำคัญ ดังนี้
1. มีการตกลงร่วมกันที่จะจัดทำบันทึกความร่วมมือร่วมกับกรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน และกองทัพเรือ เพื่อแบ่งปันข้อมูลและทำงานร่วมกัน 2. ขอความอนุเคราะห์กรมสรรพสามิตในการเข้าถึงระบบ RTS (Real Time Surveillance) ซึ่งเป็นระบบที่กรมสรรพสามิตใช้ติดตามเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงทุกลำ โดยนำระบบ AIS (Automatic Identification System) ซึ่งเป็นระบบระบุตัวตนเรืออัตโนมัติ ที่ส่งข้อมูลตำแหน่งและตัวตนของเรือมาใช้ (ระบบ AIS เป็นระบบปิด มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่สามารถเห็นตำแหน่งเรือได้ เจ้าของเรือไม่สามารถเห็นตำแหน่งเรือได้เนื่องจากบนเรือไม่มีหน้าจอแสดง และบุคคลอื่นไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล AIS ของกรมสรรพสามิตได้)
3. ขอความอนุเคราะห์กรมเจ้าท่าในการเข้าถึงระบบ NSW (National Single Window @ Marine Department) ซึ่งเป็นระบบที่กรมเจ้าท่ากำหนดให้เรือต้องแจ้งเข้าออกด้วยวิธีการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมเจ้าท่า เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเข้าออกของเรือ 4. ขอความอนุเคราะห์กรมศุลกากรในการจัดส่งรายงานการรับส่งน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องเพื่อใช้ในการตรวจสอบเรือประมงที่ทำประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีสิทธิ์รับน้ำมันในเขตต่อเนื่อง รวมทั้งข้อมูลสินค้าที่นำเข้าส่งออกด้วยเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่อยู่ในระวางของเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น 5. ขอความอนุเคราะห์กรมธุรกิจพลังงานในส่วนข้อมูลผู้ค้าน้ำมันในเขตต่อเนื่องและคลังน้ำมันเพื่อใช้ในการตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ขายน้ำมันในเขตต่อเนื่องและต้นทางของน้ำมันที่ไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมประมงจะนำข้อมูลจากหน่วยงานข้างต้น มาวิเคราะห์ร่วมกับระบบ VMS (Vessel Monitoring System) ซึ่งเป็นระบบติดตามเรือประมงผ่านดาวเทียมที่กรมประมงพัฒนาขึ้น เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ความเร็ว และเส้นทางเรือประมงแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ ว่าสินค้าประมงของไทยมาจากการทำประมงที่ทราบแหล่งที่มา อย่างชัดเจนและปราศจากการทำประมงผิดกฎหมาย



