พลาดแชมป์ในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งแรกใน 50 ปี, ไม่ได้ทอง 4 ครั้งติด, แพ้รอบชิงฯ 3 ครั้งติด

เหล่านี้เป็น “ตัวเลขข้อเท็จจริง” หลัง ทีมชาติไทย แพ้ เวียดนาม ในรอบชิงฯ บอลชายซีเกมส์

แต่ก็ไม่ใช่ตัวเลข ที่ทีมฟุตบอลชุดนี้เป็นต้นเหตุ มันเป็นเรื่องอดีต

บอลไทยแพ้ แพ้แบบเจ็บใจ นำก่อน 2-0 แพ้คาบ้าน แฟนบอลก็หงุดหงิด หาที่ระบาย หาที่ด่า

ซึ่งไม่ผิด

กระนั้นก็ตาม ก็อยากนำเสนอข้อมูล บริบท ของทีมชาติไทย ประกอบการด่า

แม้ทีมชุดนี้จะได้ตัวเจ๋งๆ คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี, อิคลาส สันหรน, ยศกร บูรพา, ธนกฤติ โชติเมืองปัก, ชนภัชร์ บัวพันธ์ ฯลฯ

แต่การรวมทีมมีปัญหามาก เพราะไทยลีกไม่ปิด นักเตะต้องเล่นให้สโมสรด้วย หลายคนเดินทางไปๆ กลับๆ

เรียกว่าทีมชาติไทยเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้

เตะทีมชาติแล้ว ไปสโมสร แล้วกลับมาทีมชาติ

การซ้อมไม่สามารถทำเต็มที่แน่นอน นักเตะกะปริดกะปรอย

สำคัญสุดคือเรื่องความฟิต ไปเตะบอลลีกกลับมา ร่างกายเปลี้ยไปเท่าไหร่ มาถึงแคมป์ก็ต้องฟื้นฟูสภาพกันก่อน

จะจัดนักเตะลง ก็ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ฟิต ลงไปเจ็บซ้ำ นอกจากทีมชาติเสียหาย สโมสรยังด่าอีก

ทีนี้ ทำไมลีกไม่หยุด หลบไม่ได้ อันนี้มันก็สาวกันอีกยาว ขอตัดจบตรงนี้เลยแล้วกันว่า “บอลลีกไทยเตะชนซีเกมส์”

ส่วนเรื่องน่าเจ็บใจในรอบชิงฯ นำ 2-0 ทำไมไม่มีปัญญาประคองเอาชนะ

เรื่อง “โมเมนตัมของเกมสวิง” อันนี้ก็ปกติของเกมฟุตบอลเหมือนกัน มาโดนไล่ช่วงเวลาสำคัญ ก็ขาสั่น

หลังๆ ลิเวอร์พูล เป็นบ่อยมาก

อ่อ…เอา ลิเวอร์พูล อ่อน เทียบไม่ได้…เคๆ?

โน่น รอบชิง UCL 2005 เอซี มิลาน เก๋าพอไหม นำลิเวอร์พูล 3-0 แล้วเสมอ 3-3

อันนี้ว่ากันถึง “โมเมนตัมของเกม” ฟุตบอลมันสวิงกันได้ เมื่อมีจังหวะที่เป๊ะ

ส่วนใครมีความเห็นเรื่องการแก้เกมใดๆ อันนี้สุดแล้วแต่

“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ไม่เก่ง ทำไมไม่แก้แบบนั้น แบบนี้, นักเตะเล่นไม่ได้เรื่อง ไม่มีใจ อ่อน หรือ ฯลฯ

ไม่ได้ห้ามด่า ว่ากันตามสะดวก

แค่ยกบริบทรอบข้างมานำเสนอประกอบการด่า อันเนื่องจากฟุตบอลไทยไม่ได้แชมป์ซีเกมส์

“ซีเกมส์” ที่ก่อนแข่งทีไร จะมีกลุ่มที่เบ้ปากมองบน บ่นว่า “ยังจะสนใจอีกเหรอ”

และก็เป็น “ซีเกมส์” ที่พอไม่ได้แชมป์มา ก็จะเป็นจะตายกันทุกที.

***วุฒินล***