กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำกำลังจับกุม นายมนัส บุญจำนงค์ อายุ 45 ปี อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ข้อหาฉ้อโกง เมื่อปี 2564 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สน.ดอนเมือง อ้างว่าถูกนายมนัส หลอกขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลงเชื่อโอนเงินให้ไป 2 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้รับโควตาสลากฯ ตามที่ตกลงกันไว้แต่อย่างใด ต่อมาศาลได้มีคําพิพากษาในคดีที่ 1 จําคุก 1 ปี 6 เดือน และคดีที่ 2 จําคุก 1 ปี 3 เดือน รวมโทษ 2 ปี 9 เดือน ก่อนจะออกหมายจับไว้ จนนำมาสู่การตามจับกุมตัวดังกล่าว ก่อนที่ต่อมาศาลจะมีคําสั่งส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เปิดเส้นทางชีวิต “มนัส บุญจำนงค์” จากฮีโร่ “โอลิมปิก” สู่มรสุมชีวิตกับคดี “ฉ้อโกง”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คืนแรกของ นายมนัส ว่า วานนี้ (19 ธ.ค.) หลังจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ดำเนินการรับตัวผู้ต้องหาตามขั้นตอน ส่วนสุขภาพไม่พบมีโรคประจำตัว และสุขภาพจิตปกติดี สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ รับทราบแนวทางปฏิบัติตัวเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ผู้ต้องขังเข้าใหม่ เรือนจำจะแยกเข้าห้องควบคุมโรคโควิด-19 ตามมาตรการ ซึ่งคือแดนแรกรับ (แดน 2) ระยะเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาจำแนกแยกแดนต่อไป โดยเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า นายมนัส มีความเครียดบ้าง นอนไม่ค่อยหลับในคืนแรก ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของผู้ต้องขังเข้าใหม่ อาจต้องใช้ระยะเวลาสักพักในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในเรือนจำ
นอกจากนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี ดังนั้น เมื่อศาลตัดสินแล้วก็อาจพิจารณาส่งตัวไปเรือนจำอื่นและจะไม่มีการฝึกอาชีพ ทั้งนี้ แม้ผู้ต้องหามีความสามารถ เคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติ แต่คงไม่ได้ถึงขั้นกับต้องให้ผู้ต้องขังสอนมวยจริงจัง แต่อาจให้นำผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ออกกำลังกายทั่วไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม โดยรวมถือว่ายังปรับตัวได้.



