สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ว่านางคริสตี โนเอม รมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ โพสต์ข้อความพร้อมคลิปความยาวเกือบ 8 นาที บนสื่อสังคมออนไลน์ มีเนื้อหาว่า “ในปฏิบัติการช่วงก่อนรุ่งสาง ของวันที่ 20 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของสหรัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหม เข้าควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งจอดเทียบท่าที่เวเนซุเอลา”
ทั้งนี้ “สหรัฐจะยังคงติดตามและยับยั้งการเคลื่อนย้ายน้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นแหล่งทุนสนับสนุนการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในภูมิภาคนี้”
ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐออกแถลงการณ์อีกฉบับ ว่าเรือลำดังกล่าวมีชื่อว่า “เซ็นจูรีส์” ( Centuries ) และ “ต้องสงสัยว่าขนน้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ”
In a pre-dawn action early this morning on Dec. 20, the US Coast Guard with the support of the Department of War apprehended an oil tanker that was last docked in Venezuela.
— Secretary Kristi Noem (@Sec_Noem) December 20, 2025
The United States will continue to pursue the illicit movement of sanctioned oil that is used to fund… pic.twitter.com/nSZ4mi6axc
ด้านเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติปานามา ขนน้ำมันจากเวเนซุเอลา และเพิ่งออกจากประเทศ โดยอยู่ในน่านน้ำสากลของทะเลแคริบเบียน
ปฏิบัติการดังกล่าวของสหรัฐนับเป็นการยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา เป็นลำที่สอง ภายในระยะเวลายังไม่ถึงสองสัปดาห์ ต่อจากการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน “สคิปเปอร์” ( Skipper ) เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่า เรือลำนี้อยู่ระหว่างลำเลียงน้ำมันจากอิหร่านและเวเนซุเอลา เพื่อเดินทางไปยังคิวบา
ส่วนรัฐบาลเวเนซุเอลาประณามทั้งสองเหตุการณ์อย่างหนัก ว่าสหรัฐ “ประพฤติตนเยี่ยงโจรสลัด” และเรียกร้องให้สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ประณามรัฐบาลวอชิงตัน นอกจากนี้ จีนและรัสเซียเริ่มแสดงท่าทีสนับสนุนเวเนซุเอลา และย้ำถึงการต่อต้านการคุกคามอธิปไตยจากภายนอก.
เครดิตภาพ : AFP



