เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่ จ.สุพรรณบุรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่แรก โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลงพื้นที่ เนื่องจากเรามีความชัดเจนเรื่องผู้สมัครครบถ้วน ซึ่งผู้สมัครได้ลงพื้นที่มาซักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ที่อยากจะสื่อไปยังทุกคนที่มีความรับผิดชอบ และพรรคการเมืองว่า ความเดือดร้อนมีการแก้ไข 2-3 ระยะ ซึ่งบางอย่างสามารถแก้ปัญหาได้ทันที พรรคเพื่อไทยจึงสะท้อนปัญหา และบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับแนวนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อปรับแก้นโยบายให้ตรงกับประชาชนมากที่สุด ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เมื่อถามว่า เรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำอะไรได้มากกว่าแจกของเมื่อน้ำท่วม เยียวยาเมื่อน้ำลด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการบริหารจัดการต้นทุนน้ำ บางครั้งการบริหารจัดการเขื่อนก็มีปัญหาจริงๆ อย่างปีนี้เมื่อเขื่อนกักน้ำจนน้ำล้น สุดท้ายต้องปล่อย อย่างพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทยลงมาหลายรอบแล้ว เพราะต้องการเตือนรัฐบาลรักษาการว่า วันนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังมีเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงพื้นที่หาดใหญ่ด้วย แม้น้ำลดแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ ทั้งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไปบอกว่าจะทำความสะอาดหาดใหญ่ให้กลับมาเป็นปกติใน 1 สัปดาห์ ซึ่งไปดูสภาพจริง เห็นกับตา ยืนยันได้ว่า ไม่มีทางสามารถคืนสภาพเดิมได้ ขณะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ยังท่วมอยู่หลายเดือน ปัญหาภัยพิบัติ ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ ขณะที่เพื่อไทยก็มีนโยบายชัดเจนเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนน้ำ และการบริหารจัดการทั้งระบบ ส่วนการเกษตร ก็ได้เปิดนโยบายไป ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ซึ่งจากการรับฟังความเห็นประชาชน สะท้อนมา เชื่อว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยตรงใจประชาชน
เมื่อถามว่า นโยบายจะตรงใจสู้กับบ้านใหญ่ โดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี จะสามารถปักธงพื้นที่ได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องกลไกที่ต้องทำให้เป็นไปได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้คัดเลือกบุคคลที่มีคุณภาพ เพื่อมาลงพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความเข้าใจ และเข้าถึงประชาชน อีกทั้งต้องมีความสม่ำเสมอ เชื่อว่า จะสามารถชนะใจประชาชนได้
เมื่อถามต่อว่า ในพื้นที่บ้านใหญ่ จ.สุพรรณบุรี ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ขณะในพื้นที่ก็มีกระแสไม่พอใจบ้าง เรื่องนี้มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะปักธงได้หรือไม่ เพราะต้องไปสู้กับพรรคแกนนำรัฐบาลขณะนี้ นายยศชนัน กล่าวว่า หากมองเป็นเรื่องพรรคการเมือง ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เพื่อไทยก้าวข้ามเรื่องนั้นไปแล้ว สิ่งที่เราพยายามทำ คือการทำนโยบายเพื่อประชาชน เราจึงคัดเลือก และคัดสรรผู้สมัคร สส. ที่มีความสามารถในการนำนโยบายไปแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริง เชื่อว่า จะสามารถชนะใจประชาชนได้
ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวเสริมว่า เราไม่ได้ดูเรื่องบ้านเล็กบ้านใหญ่อีกต่อไป เพราะเราก้าวข้ามประเด็นเหล่านั้น การต่อสู้กับอำนาจรัฐพวกเราชินอยู่แล้ว เพราะเราเจอบ่อย เราผ่านการปฏิวัติมา และเลือกตั้ง เราก็ชนะได้ เราผ่านการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งมีอำนาจรัฐ เราก็สามารถไปทำความเข้าใจกับประชาชน และชนะเลือกตั้งมาได้เช่นกัน ครั้งนี้ไม่ได้กลัว และไม่ได้เป็นห่วงอะไร มั่นใจในนโยบาย เราเชื่อมั่นในตัวบุคคล เพราะวันนี้ไปในพื้นที่ใด กระแสตอบรับนายยศชนัน อยู่ในระดับที่พอใจมาก ขณะที่ตัวผู้สมัครเองก็ลงพื้นที่ต่อเนื่องทุกวัน เรายังเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในการเดินเข้าหาประชาชน.



